“นายน้อยเป็นผู้สืบทอดมรดกของใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์ตั้งแต่ในระนาบโลกียะ…ทั้งได้รับความใส่ใจจากใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์มาก ตอนที่ใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์กลับมาจากนรกอสุรา สิ่งแรกที่ให้ข้าไปทําก็คือตามหานายน้อย”
เมิ่งหลัวกล่าว
และวาจาของเมิ่งหลัว ก็บ่งบอกความสําคัญของต้วนหลิงเทียนในใจฟงชิงหยางออกมาทันที
แน่นอนว่าเป็นเมิ่งหลัวจงใจบอกให้ตื้อวิ๋นหลงรู้
“นายน้อย”
พอตื้อวิ๋นหลงมองไปยังต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง แววตาก็เปลี่ยนเป็นสุภาพขึ้นหลายส่วน “ข้าคืออาวุโสลําดับ 2 แห่งเผ่ากิเลน ตื้อวิ๋นหลง”
“ต้วนหลิงเทียน ยินดีที่ได้พบอาวุโสตื้อวิ๋นหลง”
ต้วนหลิงเทียนไม่ได้ถือดีเพราะเห็นตื้อวิ๋นหลงทักทายอย่างสุภาพให้เกียรติ ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่อีกฝ่ายให้หน้าเขาเพราะฟงชิงหยางเลย เขาที่มาที่นี่เพราะมีเรื่องจะขอร้องอีกฝ่าย ย่อมไม่กล้าอวดเบ่งอะไร
“นายน้อย ไม่ว่าท่านต้องการสิ่งใด เพียงบอกเจ้านี่ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”
เมิ่งหลัวหันไปกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้ม
“หือ? นายน้อยมีสิ่งใดให้ข้าช่วยรึ?”
สองตาตื้อวิ๋นหลงทอประกายขึ้นมาวาบหนึ่ง มองต้วนหลิงเทียนอีกครั้งยังเผยความสงสัยไม่น้อย
“อาวุโส”
ต้วนหลิงเทียนก็ไม่รอช้าเปิดประตูเห็นภูผากล่าวออกไปตรงๆ “ข้ามาที่นี่เพราะคิดรับตัวบิดาของข้า ต้วนหรูเฟิง กลับไปยังพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์จี้เมี่ยเทียน”
“ไม่ทราบเรื่องนี้ผู้อาวุโสตื้อวิ๋นหลงพอจะช่วยข้าได้หรือไม่?”