“วันนี้ที่เจ้าหนูต้วนหลิงเทียนนั่นไม่คิดฆ่าเจ้า ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าคือหลานของข้า มันจึงไม่คิดฉีกหน้าข้ากับเจ้าตรงๆ หากเจ้ายังคิดโต้แย้งอะไรอีก รอให้ฟังชิงหยางมาสะสางเรื่องราว ถึงตอนนั้นข้าก็ไม่มีปัญญาจะช่วยเจ้าได้…”
เชวียหงอกล่าวออกมาอย่างชัดเจน
ว่าหากเจ้า โหยวเฟิงอวี่ ยังกล้าสร้างปัญหาอีก ข้าตาผู้นี้ก็ไม่ไหวจะสะสางแล้ว!
ได้ยินคําเตือนดังกล่าว โหยวเฟิงอวี่นี้ก็เงียบสนิท
“ศิษย์หลานต้วน ไม่ทราบพอใจแล้วหรือไม่?
เชวียหงอวี้หันไปมองถามต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้ม ลึกลงไปในแววตาของมันฉายชัดถึงความหวาดกลัวไม่น้อย
ต่อหน้าฐานะของต้วนหลิงเทียนในปัจจุบัน ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่วันนี้ผู้เฒ่าข้างกายต้วนหลิงเทียนฆ่าจักรพรรดิอมตะสมญานามของวังเทียนฉือไปแล้วถึง 2 คนเลย ต่อให้อีกฝ่ายจะฆ่าทุกคนโดยเหลือไว้แต่โหยวเฟิงอวี่ มันก็ไม่กล้าพูดอะไรสักคํา ไม่พ้นยังต้องส่งยิ้มให้อยู่แบบนี้
สําหรับเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนปล่อยตัวจักรพรรดิอมตะไร้ธุลีเผยหยวนจีนั่น มันเล็กน้อยเสียจนไม่ต้องหยิบยกมาพูดอีกต่อไป
เพราะที่มันไปจับคนมาขัง สาเหตุเพราะมันคิดช่วยหลานเท่านั้น เผยหยวนจี้ที่ว่าไม่เคยล่วงเกินอะไรให้มันขุ่นเคืองใจด้วยซ้ํา
สําหรับมันแล้ว จักรพรรดิอมตะไร้ธุลีเผยหยวนจี้ เป็นแค่คนไร้สําคัญคนหนึ่ง
“ขอบคุณจักรพรรดิสวรรค์เชวีย”