ทันใดนั้นเองผู้เฒ่าหั่วที่กลับมาอยู่ด้านหลังต้วนหลิงเทียน ก็เงยหน้าขึ้นไปมองฟ้า ทิศทางหนึ่งพลางกล่าว
พริบตาต่อมา สุดขอบฟ้าทิศทางที่ผู้เฒ่าหั่วมองไป ก็ปรากฏร่างเหินตัดฟ้านํามาฉับไว เป็นชายชราในชุดคลุมสีเงินผู้หนึ่ง
ชายชราผู้นี้รูปร่างไม่อ้วนไม่ผอม ชุดคลุมสีเงินของมันขลิบทอง ปักลายซับซ้อนแลดูหรูหราไม่เบา เส้นผมทอดสลวยไปด้านหลังปานม่านน้ำตก รูปร่างหน้าตายังแลดูไม่แก่มากนัก เหมือนคนอายุไม่ถึง 45 ปี
อย่างไรก็ตามเส้นผมขนคิ้วของมันล้วนเป็นสีดอกเลา สมกับเป็นเซียนอมตะคนหนึ่ง
“เฟิงอวี้ คารวะท่านตา!”
พอชายชราในชุดคลุมเงินปรากฏตัว จาววังเทียนฉือโหวเฟิงอวี้ก็เป็นคนแรกที่ประสานมือโค้งคารวะทักทาย เหล่าจักรพรรดิอมตะสมญานามที่อยู่รอบๆโหยวเฟิงอวี้ วี่เอง ก็เร่งประสานมือโค้งคาระวะเช่นกันแค่กล่าวทักต่างกันว่า “คารวะใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์!”
“คารวะใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์!”
นอกจากชายชราในชุดคลุมเงินแล้ว ยังมีร่างอีก 2 ร่างติดตามอยู่ด้านหลังมันอย่างชิดใกล้
ทั้งหมดเป็นผู้ชราดุจเดียวกัน แต่เป็นชายชรากับหญิงชราคู่หนึ่ง ติดตามอยู่ด้านหลังชายชราชุดเงินด้วยท่าที่นอบน้อม ราวบริวารผู้ซื่อสัตย์
และทั้งสองก็เป็นดั่งมือซ้ายมือขวาของจักรพรรดิสวรรค์อู๋หยาเทียน เป็นจักรพรรดิอมตะสมญานามที่แข็งแกร่งที่สุด 2 คนของพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์อู๋หยาเทียน
ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งใน 2 คนนั่น ก็ล้วนแข็งแกร่งกว่าโหยวเฟิงอวี้มาก