ฉือหย่าชีเพียงกล่าววตอบสั้นๆ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้หวั่นไหวไปกับถ้อยคําวาจาโน้มน้าวของโหยวเฟิงอวี้นี้เลย และสิ่งนี้ทําให้แววตาตัวนหลิงเทียนฉายความซับซ้อน เขาเองก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับศิษย์พี่หญิงใหญ่มากนัก แต่ไม่คิดเลยว่านางจะทําเพื่อตัวเขาถึงขั้นนี้
“ผู้เฒ่าหัว พวกเราแสดงฐานะออกไปเลยดีไหม?”
ต้วนหลิงเทียนหันไปส่งเสียงผ่านพลังถามไถ่ผู้เฒ่าหัว “ข้ารู้สึกว่าสถานการณ์มันใกล้ถึงจุดแตกหักเต็มที่ ไม่จําเป็นต้องให้ทุกคนอกสั่นขวัญแขวนจะดีกว่า”
ในขณะที่ตัวนหลิงเทียนกล่าวจบคํา และกําลังรอฟังความเห็นของผู้เฒ่าหัว สถานการณ์พลัน แปรเปลี่ยนในฉับพลันเป็นโหยวเฟิงอวี้จ้าววังเทียนฉือที่สีหน้ากลายเป็นมีดดําปานจะคั้นได้เป็นน้ำหมึก ฉายชัดถึงโทสะอารมณ์สุดระงับ กระทั่งร่างยังสั่นสะท้านไปขณะลั่นคํา บ่งบอกว่ามัน มโหถึงขนาดไหน “ฉือหย่าชี ในเมื่อสุราคารวะเจ้าไม่รับชมชอบสุราจับกรอก! เช่นนั้นก็อย่าได้ โทษที่ข้าไม่เห็นแก่ไมตรีเก่าก่อน!”
ทันทีที่โหยวเฟิงอวี่ตะคอกคําดังกล่าวออกมา เหล่าจักรพรรดิอมตะสมญานามที่อยู่ด้านหลังก็ปะทุพลังเซียนอมตะต้นกําเนิดออกมาส่งเสียงดังครืนๆก้องฟ้า แต่ละคนเสมือนมีเปลวเพลิงลุกโชนท่วมร่าง!
“วันนี้ วังเทียนฉือของพวกเราจักทําการชาระครั้งใหญ่ ทุกคนเตรียมพร้อมกวาดล้างศิษย์สํานักฉือหล่างให้สิ้นซาก!”
โหยวเฟิงอวี้แผดคําอํามหิตออกมาเสียงดัง!
“ทราบแล้วจ้าววัง!”
“น้อมรับคําสั่งจ้าววัง!!”