โหยวเฟิงอวี้ตะคอกคําเสียงเหี้ยม ในฐานะที่มันเป็นจ้าววังเทียนฉือ ตัวมันก็จําต้องแสดงท่าทีออกมา “พรสวรรค์ของเจ้าเลิศล้ำนัก เดิมข้าเองก็คิดจะมอบตําแหน่งจ้าววังเทียนฉือให้เจ้า…วันนี้ตราบใดที่เจ้าไม่ปกป้องตัวนหลิงเทียนคนทรยศ หลังจากนี้อีก 10,000 ปี ข้าจักมอบตําแหน่งจ้าว วังเทียนฉือให้เจ้า!”
ไม่เพียงแต่ ต้วนหลิงเทียน กับพวกฉือหล่างและเหล่าศิษย์เท่านั้น ที่ตกใจกับวาจาดังกล่าวของโหยวเฟิงอวี้ แม้แต่เหล่าจักรพรรดิอมตะสมญานามที่ลอยร่างข้างๆโหยวเชิงอวี่ก็ตกใจกันยกใหญ่ ด้วยไม่มีใครคิดว่าอยู่ๆโหยวเฟิงอวี้จะลั่นคํามั่นต่อฉือหย่าชีแบบนี้
“เจ้าต้องคิดไตร่ตรองให้ดีๆ”
โหยวเฟิงอวี้กล่าวสืบต่อ “หากเจ้าก้าวพลาดเพียงหนึ่งก้าว เจ้าก็เหมือนถูกลิขิตให้เดินบนเส้นทางหายนะอย่างไร้หวนกลับ…เจ้ายังมีอนาคตที่ดีรอเจ้าอยู่ไหนเลยต้องพาตัวเองเข้าจุดอับเพียงเพราะคนทรยศ? ข้ารู้ดีว่าลําพังตําแหน่งจ้าววังเทียนฉืออาจไม่นับเป็นอะไรในสายตาเจ้า กระทั่งหากเจ้าพยายามต่อไป กระทั่งตําแหน่งจักรพรรดิสวรรค์แห่งอู่หยาเทียนก็ไม่ใช่ว่าเจ้าจะไม่มีโอกาส.. “
ฟังจากคําพูดของโหยวเฟิงอวี้แล้ว เห็นได้ชัดว่ามันประเมินฉือหย่าชีไว้สูงมาก
“ท่านจ้าววัง ครั้งนี้ปล่อยคนไปเถอะ”