และไม่ทันที่ต้วนซือหลิงจะได้พูดอะไร ก็เป็นเสี่ยวจินที่ขมวดคิ้วเป็นปมกล่าวออกมาก่อน “เอ้า พวกมันจะไม่ไร้ยางอายเกินไปหน่อยหรือไร ก่อนหน้าไม่ใช่ยังบีบคั้นให้อาจารย์ของซือหลิงกับพี่สาวเทียนหวู่ออกจากนิกายกระบี่เมฆรุ้งอยู่เลยไม่ใช่รึ?”
“ที่ตอนนั้นข้าไม่เห็นว่าจะมีใครคิดรั้งอาจารย์ของซือหลิงกับพี่สาวเทียนหวู่สักคน…พอวิกฤตผ่านพ้น เรื่องราวพลิกผันก็เปลี่ยนท่าที่ซะงั้น แบบนี้จะไม่หน้าด้านเกินไปหน่อยรึไง พวกยายเฒ่านั่นไม่มีศักดิ์ศรีกันบ้างหรือ?”
เสี่ยวจินอดไม่ได้ที่จะงุนงงอยู่บ้าง โลกในสายตาของนางมีแค่สีดํากับขาว ไม่มีสีเทา
แต่เป็นธรรมดาว่า หากเพื่อพี่ใหญ่หลิงเทียนกับผู้คนรอบๆกายพี่ใหญ่หลิงเทียนแล้ว ต่อให้จะเป็นสีดํา นางก็พร้อมจะย้อมตัวให้เปสีดําและคอยติดตามไปจนสุดทาง ไม่คิดเสียใจภายหลังแน่นอน
“ก็ใช่..”
เฟิงเทียนหวู่ถอนหายใจออกมาเยือกหนึ่ง “แต่ข้าก็ไม่คิดโทษใครหรอก…เพราะไม่ว่าจะเป็นใคร หากต้องให้เลือกระหว่างคนๆเดียวกับผู้คนทั้งกลุ่ม ก็คงยากจะทําใจเลือกได้ ข้าจะไปกล้าตําหนิคนพวกนั้นได้อย่างไร”
“อื้อ ซือหลิงก็เข้าใจทุกคนเหมือนกัน”
ต้วนซือหลิงก็พยักหน้าเห็นด้วย
และไม่นานนัก พวกต้วนหลิงเทียนที่เหินร่างติดตามเหลยเจิ้นซานมา ในที่สุดก็บรรลุถึงสถานที่ตั้งนิกายอมตะทะเลเยือกแข็ง
เหลยเจิ้นซานก็ไม่พูดไม่จา เหินร่างนําเข้าไปทันที
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!