เพราะให้เทียบกับต้วนซือหลิงแล้ว เฟิ่งเทียนหวู่นั้นมองเรื่องราวอะไรได้กระจ่างกว่ามาก “เจ้ารู้หรือไม่เล่า ว่าไฉนนิกายกระบี่เมฆรุ้งถึงได้เป็นขุมกําลังระดับ 4 อย่างทุกวันนี้? ทั้งหมดเป็นเพราะนิกายกระบี่เมฆรุ้งมีท่านอาจารย์คอยค้ำจุน…กล่าวได้ว่าเพราะมีท่านอาจารย์ที่เป็นจอมราชันอมตะสมญานามคอยปกปักษ์ นิกายกระบี่เมฆรุ้งจึงถือว่าเป็นขุมกําลังระดับ 4 จึงยากจะมีใครกล้ามาตอแยง่ายๆ”
“อีกทั้งโดยปกติแล้วหากเป็นขุมกําลังระดับ 4 นั้น มักจะตั้งรกรากอยู่บนสายแร่ผลึกอมตะระดับราชา…ส่วนนิกายกระบี่เมฆรุ้งที่ตั้งรกรากอยู่บนสายแร่ผลึกอมตะระดับขุนนาง ย่อมไม่ได้อยู่ในสายตาของจอมราชันอมตะสมญานามคนอื่นเลย ทําให้นิกายกระบีเมฆรุ้งไม่โดนขุมกําลังระดับ 4 รุกรานถึงวันนี้อย่างไรเล่า”
“ทว่าตราบใดที่ศิษย์พี่ถอนตัวออกจากนิกาย ท่านอาจารย์เองก็คงไม่คิดรั้งอยู่และต้องไปพร้อมกับศิษย์พี่ ถึงตอนนั้นด้วยไร้ศิษย์พี่กับท่านอาจารย์ค้ำจุน นิกายกระบี่เมฆรุ้งก็จะตกไปเป็นนิกายระดับ 5 แล้ว”
“เพราะเหตุนี้ หัวเด็ดตีนขาดผู้อาวุโสเหล่านั้นก็ไม่มีทางปล่อยให้ศิษย์พี่กับท่านอาจารย์จากไปได้หรอก…ปานนี้ไม่พ้นต้องพากันคุกเข่าเพื่อรั้งตัวศิษย์พี่กับอาจารย์และเกลี้ยกล่อมกันแล้วล่ะ”
เฟิ่งเทียนหวู่กล่าว