ประมุขนิกายกระบี่เมฆรุ้ง อวี่เหวินชิง ที่บ่มเพาะพลังอยู่ในที่พัก พอได้ยินเสียงแจ้งเมื่อครู่ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ถึงแม้นางอยากจะซ่อนตัวไม่พบหน้าผู้คนแค่ไหน แต่ก็รู้ดีว่าการหลบหน้าไม่อาจใช้กับอีกฝ่ายได้ เพราะอีกฝ่ายไม่มีทางเลิกราง่ายๆแน่!
ครูต่อมา อวี่เหวินชิงก็ออกจากสถานที่พักบ่มเพาะ และมุ่งหน้าไปยังต้นเสียงทันที
ระหว่างทาง อวี่เหวินชิงก็เห็นหญิงชราเดินมาไวๆ และสีหน้าของอีกฝ่ายก็แลดูไม่ค่อยจะสู้ดีเช่นกัน “ท่านอาจารย์”
หญิงชรานางนี้ก็คืออาจารย์ของอวี่เหวินชิง ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายกระบี่เมฆรุ้งโหยวูไป๋เฟิ่ง
“วันนี้หากหลานเหิงไม่เหลือทางรอดให้พวกเราจริงๆเช่นนั้นก็พยายามลงมือเต็มที่ ฆ่าหลานจี้เหนียน หลานชายของมันเสีย!”
สีหน้าของโหยวไป๋เฟิงฉายชัดถึงความดุร้ายบ้าคลั่งอยู่บ้าง ถึงแม้วันนี้ตัวนางรวมถึงนิกายกระบี่เมฆรุ้งอาจจะต้องพินาศ แต่นางก็คิดจะให้อีกฝ่ายจ่ายราคาอย่างงาม!
สองตาอวี่เหวินชิงก็เผยความกระหายเลือดออกมาเช่นกัน ยามสุนัขจนตรอกแล้วจริงๆยังกระโดดข้ามกําแพงได้ นับประสาอะไรกับผู้คน?
กระทั่งคนธรรมดา หากถูกไล่ต้อนกดดันหนักเข้า ก็สามารถทําเรื่องบ้าดีเดือดไม่คิดชีวิตได้
นับประสาอะไรกับเซียนอมตะที่มีพลังฝีมือพอตัว?
“ท่านประมุขมานุ่นแล้ว!”
“อาวุโสใหญ่ก็มาด้วย”