“นอกจากนั้นเท่าที่ข้ารู้มา นายน้อยของนิกายทะเลเยือกแข็งนั่น เป็นสารเลวชั่วชาติคนหนึ่ง ไม่ทราบอิสตรีกี่มากน้อยที่ถูกมันย่ํายี ข้าที่เห็นซื้อหลิงไม่ต่างอะไรจากลูกสาว แน่นอนว่าไม่มีวันคิดผลักนางลงกองไฟแน่”
กล่าวถึงจุดนี้ อวี่เหวินชิงก็เริ่มชักสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง “วันนั้นแม้นายน้อยนั่นจะมีโทสะเพราะถูกข้าปฏิเสธ แต่มันก็ทําอะไรไม่ได้นอกจากกลับไป”
“ทว่าเช้าตรู่วันนี้..อาวุโสของนิกายอมตะทะเลเยือกแข็งได้มาเยือนนิกายกระบี่เมฆรุ้งของพวกเราอย่างเป็นทางการ และเอ่ยออกมาตรงๆว่าบรรพบุรุษของนิกายอมตะทะเลเยือกแข็งที่พึ่งออกจากกาปิดด่านเมื่อไม่กี่วันก่อน พอได้รับทราบเรื่องที่หลานชายถูกปฏิเสธ ก็เดือดดาลเป็นการใหญ่”
“จึงถ่ายทอดคําสั่งลงมาทันทีหากนิกายกระบี่เมฆรุ่งเราไม่ยินยอมรับคําสู่ขอแต่โดยดี ก็จะมาทําลายนิกายกระบีเมฆรุ้งของพวกเราเสีย”
กล่าวจคํา สีหน้าอวี่เหวินชิงก็กลายเป็นปั้นยากนัก
สีหน้าเฟิ่งเทียนหวู่กับต้วนซือหลิงก็เปลี่ยนไปโดยพลัน ด้วยไม่คิดเลยว่านิกายอมตะทะเลเยือกแข็งจะเอาแต่ใจขนาดนี้
ท่านขอข้าแต่งงาน ข้าไม่แต่งด้วย คําปฏิเสธง่ายๆแบบนี้ มันมีปัญหาตรงไหน?
ทว่าอีกฝ่ายกลับคิดจะทําลายนิกาย
หลังได้รับทราบจากอวี่เหวินชิงว่าที่เรื่องเกิดขึ้นเพราะนาง สีหน้าต้วนซือหลิงก็ปั้นยากถึงขีดสุด
“แต่มันคิดหรือว่านิกายกระบี่เมฆรุ้งของพวกเราจะยอมให้มันมารังแกได้โดยง่าย?”