ก่อนที่อวี่เหวินชิงจะทันได้พูดอะไร ก็มีเสียงแหวกฝ่าสายลมหนึ่งดังขึ้น จากนั้นก็ปรากฏสตรีช รามาในชุดคลุมสีดําหลวมๆ ร่างกายผ่ายผอม ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมเห็นร่า งลงมาจากฟ้าเสียก่อน
“อาจารย์”
พอเห็นผู้มาใหม่ เฟิงเทียนหวู่ก็เร่งป้องมือคารวะทักทายทันที ขณะเดียวกันหว่างคิ้วก็อดขมวดเป็นปมไม่ได้ เพราะการที่อยู่ๆอาจารย์ของนางเร่งมาหาพวกนางถึงที่นี่แบบนี้ เกรงว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่
เพราะตั้งแต่ที่นางมาอยู่นิกายกระบี่เมฆรุ้งได้ร้อยกว่าปี นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีดังกล่าว
“อาจารย์”
“อาจารย์ย่า”
อวี่เหวินชิงกับตัวนซื่อหลิงก็เร่งคารวะทักทายผู้มาใหม่เช่นกัน ในขณะที่แววตาของอวี่เหวินชิง ฉายความเศร้าออกมา ด้านต้วนซือหลิงกลับเต็มไปด้วยความสงสัย เห็นได้ชัดว่ากําลังคิดเหมือนกันกับเฟิงเทียนหวู่
“ท่านอาจารย์ ท่านมาพร้อมศิษย์พี่หญิงเช่นนี้ได้ที่แท้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
เฟิงเทียนหวู่มองไปยังอาจารย์ของนาง ผู้อาวุโสใหญ่ที่มีพลังฝีมือเป็นอันดับ 1 ของนิกายกระบี่เมฆรุ้ง โหยวไป๋เฟิ่ง” ด้วยแววตาจริงจัง
โหยวไป๋เฟิ่งยังเป็นดั่งเสาหลักของนิกายกระบี่เมฆรุ้ง จอมราชันอมตะสมญานาม!
“มีเรื่องคิดจะหารือกับพวกเจ้า”
โหยวไป๋เฟิ่งพักหน้ารับคําทักของอวี่เหวินชิง จากนั้นพอหันมองไปยังเฟิงเทียนหวู่ดวงตาสีโคลนของนางก็ฉายชัดถึงความไม่ยินยอมพร้อมใจประการหนึ่ง