หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งสุดท้ายร่างต้วนซือหลิงก็สั่นสะท้าน จากนั้นก็โยนตัวเข้าอ้อมอกเฟิงเทียนหวู่พลางร่ําไห้ออกมาน้ําตาไหลพราก
แม้นางจะยังอายุไม่ถึง 300 ปี
ทว่านางไม่ได้พบเจอหน้าบิดามารดามา 200 กว่าปีแล้ว
หากตลอดระยะเวลา 200 กว่าปีที่ผ่านมา นางไม่วาดรูปเหมือนของบิดากับมารดาทุกครั้ง เกรงว่าป่านนี้อาจจะลืมหน้าบิดามารดาไปแล้วก็เป็นได้
เฟิงเทียนหวู่ก็ได้แต่ตบหลังตัวนซื่อหลิงเบาๆ ตัวนางก็ไม่รู้ว่าจะปลอบโยนอีกฝ่ายอย่างไรดี
ขณะเดียวกัน ในใจก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงพี่ใหญ่ต้วนขึ้นมาจับใจ
“ฮาย ผู้ใดรังแกสาวน้อยซื้อหลิงของเรากันล่ะเนี่ย หืม?”
ต้วนซือหลิงโยนตัวเองเข้าอ้อมอกเฟิงเทียนหวู่ทั้งร่ําไห้ได้ไม่นาน ก็มีเสียงหนึ่งดังมาแต่ไกลจากนั้นปรากฏร่างสตรีในชุดขาวสง่างามเห็นร่างลงมาจากฟากฟ้า ก่อนจะมาหยุดยืนข้างๆเฟิงเทียนหวู่กับตัวนชื่อหลิง
“ศิษย์พี่หญิง”
หลังจากเฟิงเทียนหวู่กับต้วนซือหลิงผละร่างออกจากกัน เฟิงเทียนหวู่ก็กล่าวทักอีกฝ่ายทันที
และนางยังเป็น อาจารย์ ของต้วนซือหลิงอีกด้วย
สตรีผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นประมุขนิกายกระบี่เมฆรุ้ง อวี่เหวินชิง
อวี่เหวินชิง นอกจากจะเป็นประมุขนิกายกระบี่เมฆรุ้งแล้ว นางยังเป็นยอดฝีมือลําดับที่สองของนิกายกระบีเมฆรุ้งรองจากอาวุโสใหญ่อีกด้วย
“ศิษย์พี่หญิง ท่านมาหาพวกเราเช่นนี้ มีเรื่องอะไรหรือ?”
เฟิงเทียนหวู่เอ่ยถามอวี่เหวินชิง