“ดังนั้น ขุมกําลังที่ไม่ถูกกับหุบจันทร์โลหิต เว้นเสียแต่จะมีความขัดแย้งและความบาดหมางแค่เล็กน้อย ไม่ถึงขั้นต้องฆ่าล้างกันไปข้างหนึ่ง ผู้ที่มีความขัดแย้งถึงขั้นไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับหุบจันทร์โลหิตได้ ไม่มีวันปล่อยให้หนูเทพสังหาร 9 ยมโลกของหุบจัทร์โลหิตมีโอกาสเติบโตแน่”
เสี่ยวไป๋กล่าวสืบต่อ
“ถึงขนาดนั้นเชียว…แล้วนี่พวกมันไม่กลัวว่าบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งหีบจันทร์โลหิต จะย้อนกลับมาจากระนาบเทพเพื่อจัดการพวกมันหรือไร?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถาม
ในความเห็นของเขา ในเมื่อหุบจันทร์โลหิตมีบรรพชนผู้ก่อตั้งบรรลุขอบเขตเทพและไปยังระนาบเทพแล้วแบบนี้ แถมยังเป็นหนูเทพสังหาร 9 ยมโลกเหมือนเสี่ยวจินอีก เหล่าขุมกําลังทั้งหลายที่คิดจะฆ่าเสี่ยวจิน ไฉนถึงไม่กังวลบ้างว่าสิ่งนี้จะเป็นการชั่วโทสะบรรพชนผู้ก่อตั้งหุบจันทร์โลหิต? หรือไม่กลัวผู้อื่นลงมาจากระนาบเทพเพื่อฆ่าล้างแค้นกันแล้ว?
“พวกมันย่อมไม่กังวลเรื่องนี้เป็นธรรมดา”
เสี่ยวไป๋เอ่ยผ่านพลังตอบว่า “อย่าว่าแต่บรรพบุรุษของหุบจันทร์โลหิตไม่แน่ว่าจะกลับมาต่อให้กลับมาก็ไม่คิดจะยุ่งวุ่นวายเรื่องในระนาบเทวโลกหรอกพี่ใหญ่”
“เพราะทันทีที่มันลงมือ ก็เท่ากับฝ่าฝืนกฏ ถึงตอนนั้นไม่พ้นเหล่าบรรพบุรุษของขุมกําลังอื่นๆ ที่ขึ้นไปอยู่ในระนาบเทพแล้วเช่นกัน ได้แห่กันลงมาถล่มหุบจันทร์โลหิตเพื่อล้างแค้นให้ชนรุ่นหลังเช่นเดียวกัน”