“เมื่อมีโอกาสลงมือได้อย่างชอบธรรม ไฉนพวกมันจึงไม่ลงมือ? และผู้ที่จะกลับมาจากระนาบเทพเหล่านั้นไหนเลยจะไม่ใช่ตัวตนขอบเขตเทพด้วย…ตัวตนระดับนั้นลงมือ หุบจันทร์โลหิตยังไม่ถึงกาลอวสานได้หรือ?”
หลังได้ยินคําพูดของเสี่ยวไป ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักเรื่องงราวได้ทันที ในเมื่อทุกคนล้วนมีเบื้องหลัง ด้วยเหตุนี้จึงได้ตรากฏขึ้นมา ผู้ใดพลาดพลั้งทําผิดกฏก่อน ก็มีหวังได้โดนกลุ้มรุมกําจัดแน่
“อาวุโสเชวีย…”
หลังเสี่ยวจินได้แนะนําตัวนหลิงเทียนให้เชวียอวิ๋นเทียนรู้จัก จนทักทายกันเรียบร้อย ต้วนหลิงเทียนก็เอ่ยทักเชียอขึ้นเทียนทันที
“หืม?”
ด้วยสัมพันธ์อันดีระหว่างเสี่ยวจินกับต้วนหลิงเทียน จ้าวหุบจันทร์โลหิต เชวียอวิ๋นเทียน ย่อมให้ความเกรงใจต่อต้วนหลิงเทียนหลายยส่วน กล่าวถามออกมาด้วยรอยยิ้มทันที “น้องชายหลิงเทียน มีเรื่องใดคิดกล่าวหรือ?”
“ผู้อาวุโสเชวียย ข้าขอถามท่านตรงๆ การพาเสี่ยวจินกลับบหุบจันทร์โลหิตครั้งนี้ท่านมั่นใจมากหรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนเปิดประตูเห็นภูผาเอ่ยถามเชวียอวิ๋นเทียนออกไปตรงๆ
เชวียอวิ๋นเทียนผงะไปเล็กน้อย ค่อยส่ายหัวกล่าวตอบ “ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ คํามั่นใจเต็มที่ข้าคงไม่กล้าพูดเพราะสุดท้ายแล้วข้าก็ไม่อาจบอกได้ ว่าพวกนั้นมันจะส่งยอดฝีมือมากมากน้อย”