พอต้วนหลิงเทียนเห็นว่าจี้หนิงอลิ้นชักสีหน้าเป็นกังวล และกําลังจะถามอะไร ก็พอดีกับที่จี้หนิงอวิ๋นมองกล่าวกับเสี่ยวจินออกมาก่อน “หุบจันทร์โลหิตของเจ้า ไม่ใช่ว่าจะไม่มีศัตรูในว่านโช่วเทียนกระทั่งมีหลายขุมกําลังที่จ้องจะล้างผลาญพวกเจ้าอยู่ตลอดเวลา”
“กับหุบจันทร์โลหิตก่อนหน้านี้ ที่ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ พวกมันก็แค่คอยจับตาดูเท่านั้น…อย่างมากยามพบเจออัจฉริยะหรือคนของหุบจันทร์โลหิตด้านนอก พวกมันก็แค่ฆ่าทิ้ง”
“แต่ทว่าการวิวัฒนาการของเจ้า เสมือนทําให้วันหน้ามีความเป็นไปได้สูงที่สมดุลของพลังระหว่างหุบจันทร์โลหิต กับศัตรูของพวกเจ้าต้องพังทลายลง”
“เพราะสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ…เจ้าไม่ได้วิวัฒนาการไปเป็นสัตว์เทพธรรมดาๆ แต่ดันวิวัฒนาการไปเป็นหนูเทพสังหาร 9 ยมโลก สัตว์เทพที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของหุบจันทร์โลหิต!”
“ยามเมื่อเจ้าเติบโตขึ้น พลังของหุบจันทร์โลหิตจะก้าวเข้าสู่มิติใหม…ถึงตอนนั้นหุบ จันทร์โลหิตที่มีเจ้าที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะบรรลุถึงขอบเขตเทพนําทัพ ย่อมบุกไปสยบปราบ กระทั่งล้างบางขุมกําลังศัตรูได้ไม่ยากเย็น”
“ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว เจ้ายังคิดว่าศัตรูของหุบจันทร์โลหิตทั้งหลาย จะนั่งรอให้เจ้าเติบโตจนมีพลังสูงพอล้างบางพวกมันหรือไม่เล่า?”