ขณะเดียวกัน สีหน้าของต้วนหลิงเทียนก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาเช่นกัน ด้วยไม่คิดว่าร่างที่แท้จริงของเสี่ยวจิน จะชักนําเภทภัยอะไรแบบนี้มาสู่เสี่ยวจินได้
เช่นนั้นหลังจากนี้ไม่กี่วัน ต้วนหลิงเทียนก็เลือกจะพักอยู่กับเสี่ยวจินพร้อมฮ่วนเอ๋อ รอคอยให้จ้าวหุบจันทร์โลหิตนํากําลังมารับเสี่ยวจิน
จ้าวหุบเขาจันทร์โลหิตนั้น มีรูปลักษณ์เป็นชายหนุ่ม มาในชุดคลุมสีแดงเพลิง หว่างคิ้วปรากฏปานรูปเปลวเพลิง มองใกล้ๆยังคล้ายเปลวเพลิงดังกล่าวกําลังลุกโชนอยู่
ชายหนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่จะแลดูหล่อเหลาเท่านั้น ดวงตายังทอประกายวูบวาบปานสายฟ้า แลดูดุร้ายไม่เบา หากแต่ทั่วร่างกลับไร้ซึ่งกลิ่นอายสะกดข่มมากอํานาจบารมีอย่างที่ตัวตนระดับสูง พึงมีจนมองแทบไม่ต่างผู้ฝึกตนธรรมดา
ทว่าเพียงลอยร่างอยู่เฉยๆ กลับทําให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงอันตราย ราวกับอสุราไร้คู่เปรียบที่พร้อมเข่นฆ่าศัตรูทุกคนที่กล้าแหยม!
“ฮ่าๆๆๆ…เสี่ยวจิน ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะวิวัฒนาการไปเป็นหนูเทพสังหาร 9 ยมโลกได้”
ทว่ายามจ้าวหุบจันทร์โลหิต เชวียอวิ๋นเทียน” มองไปยังเสี่ยวจิน แววตาที่ดูดุร้ายของมันก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนราวสายน้ํา หัวเราะพลางกล่าวออกมาด้วยความยินดี “ตอนแรกข้าคิดพาท่านอาวุโสใหญ่มารับเจ้าที่นี้ด้วย แต่พอดีท่านผู้เฒ่ากําลังปิดด่านถึงช่วงสําคัญ ข้าจึงมิได้ไปรบกวน”