และในที่สุดหลังจากผ่านการเดินทางอย่างระแวดระวังไม่กี่วัน คนที่ตกตายด้วยน้ำมือกลุ่มต้วนหลิงเทียนก็มีมากกว่า 10 คน เรียกว่ายังมากกว่าจํานวนคนที่เขาฆ่าไปตลอดเดือนที่ผ่านมาเสียอีก
“ที่นี่…สมควรเป็นพื้นที่อเวจีหมื่นแปลงแล้วกระมัง?”
ทันใดนั้นเอง ต้วนหลิงเทียนก็พบว่าดินแดนเปลี่ยวร้าง บรรยากาศมืดมิดอึมครึม และมีหมอกสลัวบดบังทัศนวิสัยปกคลุมไปทั่ว อยู่ๆก็แปรเปลี่ยนไปในพริบตา กลับกลายเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยแดงฉานปานโลหิต!
สถานที่แห่งนี้ หาได้รกร้างว่างเปล่าอีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่ภูเขา
มองไปตามสันเขาทั้งยอดเขา ไกลๆ ก็พบเห็นคราบเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ทุกแห่งหนคล้ายมีคนเอาเลือดมาชโลมย้อมภูเขาก็ไม่ปาน
“พี่ใหญ่หลิงเทียน ดูเหมือนจะมีคนซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น แถมยังมีมากกว่าหนึ่งอีกด้วย”
ไม่นานเสี่ยวจินก็คล้ายตระหนักถึงอะไรบางอย่าง นางยกมือขึ้นให้ทุกคนหยุด ก่อนจะมองจ้องไปยังสันเขาสูงชันแห่งหนึ่งเร็วไว เพราะได้กลิ่นอะไรบางอย่างโชยมาจากด้านหลังสันเขาดังกล่าว!
ตัวนางนั้นเป็นสัตว์อมตะสายพันธุ์หนูชั้นยอด ประสาทรับกลิ่นของนางเหนือล้ำกว่าสัตว์อมตะทั่วไปมาก กระทั่งสัตว์เทพก็ไม่แน่ว่าจะจมูกดีกว่านาง
หลังต้วนหลิงเทียนเห็นสัญญาณมือทั้งได้ยินคําเตือนผ่านพลังของเสี่ยวจิน เขาก็หยุดร่างลงก่อนหยีตามองจ้องไปยังสันเขาดังกล่าวทันที