ถ้างั้น การที่เขาพึ่งเข้ามาและติดอยู่ในอันดับที่ 130,000 กว่าๆก็สมเหตุสมผลดี และมากพอจะอธิบายความโหดร้ายของสมรภูมิอเวจีได้
“พี่ใหญ่หลิงเทียน”
เสี่ยวจินยังกล่าวสืบต่อว่า “ผู้ที่มีชื่อติดอยู่ในตารางจัดอันดับยศแต้มรบนั้น…พวกที่ติดอยู่ใน 1,000 อันดับยังไม่นับเป็นอะไร เพราะพวกมันอาจได้รับความช่วยเหลือจากสหายหรือใครก็ตามที่จงใจมอบแต้มรบให้”
“อย่างไรก็ตาม กับผู้ที่ติดอยู่ใน 100 อันดับ ไร้ซึ่งข้อยกเว้นใดๆ พวกมันล้วนได้แต้มรบมาด้วยพลังฝีมือส่วนตัวเท่านั้น”
“เพราะช่องว่างระหว่างแม่ทัพกับนายกองนั้น มันเป็นความต่างที่ไม่อาจกลบถมได้ด้วยความช่วยเหลือของผู้อื่น…พี่ใหญ่หลิงเทียน ท่านลองสังเกตตารางจัดอันดับยศแต้มรบดูก็ได้ ท่านจะเห็นว่าผู้ที่อยู่ในอันดับที่ 135-500 นั้นจะมียศแต้มรบเท่าๆกัน”
ได้ยินคําพูดของเสี่ยวจิน ต้วนหลิงเทียนก็มองไปยังตารางจัดอันดับยศแต้มรบ จากนั้นเขาก็พบว่าผู้ที่อยู่ในอันดับที่ 135 ไปถึง 500 ล้วนมียศแต้มรบเท่ากัน
“ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าพวกมันไม่อาจผ่านการทดสอบ เลื่อนขีดจํากัดยศแต้มรบของสมรภูมิอเวจี”
“ในสมรภูมิอเวจี เมื่อผู้ใดเก็บยศแต้มรบได้ถึง 1,000 ก็จะพบเจอกับจุดรอคอยซึ่งเป็นขีดจํากัดของยศแต้มรบ มีเพียงผ่านการทดสอบของสมรภูมิอเวจีไปให้ได้ก่อนเท่านั้น ถึงจะทลายขีดจํากัดดังกล่าวได้ และจะมีขีดจํากัดยศแต้มรบใหม่เป็น 2,000 แต้ม”