จี้หนิงอวิ๋นเอ่ยออกเสียงขรึม “ตระกูลอวิ๋นนับเป็นตระกูลใหญ่ระดับต้นๆของดินแดนการล่มสลายแห่งทวยเทพ ขุมพลังของพวกมันแข็งแกร่งเหนือจินตนาการไม่ว่าอาวุโสคนใดของตระกูลอวิ๋น ล้วนแล้วแต่เป็นเทพอันทรงพลังทั้งสิ้น”
“กระทั่งข้ารับใช้ที่ต้อยต่ำที่สุดในตระกูลอวิ๋น ไม่เว้นรุ่นเยาว์ที่มีความโดดเด่น….อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นระดับจักรพรรดิอมตะสมญานาม ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ใช่จักรพรรดิอมตะสมญานามทั่วๆไป”
“แน่นอนว่า ระดับพวกมันแล้วไม่จําเป็นต้องไปรับสมญานามที่วิหารเพิ่งอ่าว แต่พลังของพวกมันล้วนเหนือกว่าจักรพรรดิอมตะสมญานามส่วนใหญ่”
จี้หนิงอวิ๋นกล่าว
สิ่งที่จี้หนิงอวิ๋นกล่าว ต้วนหลิงเทียนก็รู้ดี
เพราะในตอนนั้น อาวุโสฝูงชิงหยาง ก็ถูกข้ารับใช้คนหนึ่งของตระกูลอปืนไล่ต้อน ยังถูกบีบคั้นให้ต้องหลบหนีเข้าสู่นรกอสุรา 1 ใน 7 แดนต้องห้ามแห่งระนาบเทวโลกเพื่อเอาตัวรอด
“ที่แท้คนที่บีบคั้นให้ฟังชิงหยางต้องเข้าไปยังนรกอสุรา ก็เป็นคนของตระกูลอนจากแดนการล่มสลายแห่งทวยเทพนี่เอง….และนั่นเป็นเพราะเจ้า”
พอจี้หนิงอวิ๋นมองตัวนหลิงเทียนอีกครั้ง นางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
“ข้าเองก็คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเป็นต้นเหตุให้อาวุโสฟงชิงหยางเกิดเรื่องแบบนี้”
ต้วนหลิงเทียนได้แต่คลี่ยิ้มเจื่อนๆ