และพร้อมๆกันกับที่โหยวเฟิงอวี้วี่กล่าวจบคํา สีหน้าจี้อวี่เหนียนก็มีดลงทันที เสียงพ่นลมสบถอย่างไม่สบอารมณ์ดังขึ้น จากนั้นร่างก็ไปวูบไปโผล่เบื้องหน้าโหยวเฟิงอวี้ราวภูตผี
ปงงง!!
โหยวเฟิงอวี้ ที่รู้สึกตัวว่าผิดท่า ก็พยายามเร่งเร้าพลังขึ้นมาป้องกันตัวเอง อนิจจานไหนเลยจะไปสู้จี้อวี่เหนียนได้? พลังมิติของอีกฝ่ายสามารถปนนี้ม่านพลังสายลมของมันได้ง่ายดายก่อน จะซัดกระแทกเข้ากลางอกอย่างจัง จนคนตัวปลิวกระเด็นไปไม่เป็นท่า
“อั๊คค-”
โหยวเฟิงอวี้วี่ที่ร่างปลิวไปไปไม่เป็นท่าราวว่าวสายปานขาด กระอักโลหิตออกปากเป็นสายลากยาวไปกว่า 100 หมี ค่อยขึ้นร่างหยุดลงกลางหาวได้อีกครั้ง! สารรูปแลดูอนาถราวขอทานเฒ่าใกล้ตาย…
“จ้าววัง!”
พอเห็นโหยวเฟิงอวี้ถูกซัดจนบาดเจ็บสาหัส สีหน้าเหล่าจักรพรรดิอมตะสมญานามของวังเทียนถือก็มีดไปเป็นแถบ พวกมันหันไปมองจี้อวี่เหนียนอย่างไม่พอใจทั้งหวาดระแวง แต่ที่มากกว่าใดอื่นคือความกลัว
จี้อวี่เหนียนที่ลอยร่างอยู่ตรงนั้น สีหน้ายังคงเฉยเมยไร้แยแส “ผ่านไปหลายปีดีดัก แต่โหยวเฟิงอี้เจ้ากลับก้าวหน้าแค่เล็กน้อย กระทั่งนังหนูผู้นั้นยังดีกว่าเจ้าเสียอีก!”
สิ้นคํากล่าว จี้อวี่เหนียนก็หันไปมองร่างที่สตรีลอยอยู่ไม่ไกล
เป็นฉือหย่าชี
ได้ยินคําพูดดังกล่าวของจี้อวี่เหนียน ทุกคนพลันตระหนักได้ถึงเรื่องหนึ่งที่แท้จื้อเหนียนมาถึงนานแล้ว! แต่อีกฝ่ายเลือกจะซ่อนตัวหลังม่านเมฆเพื่อชมดูเรื่องราว!!