“ทําไม? พวกเจ้าอยากฉะกับข้ารึ?”
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของจักรพรรดิอมตะสมญานามของวังเทียนฉือ จี้อวี่เหนียนก็กวาดตามองหน้าพวกมันทุกคพลางกล่าว “หากข้องใจนัก พวกเจ้าก็มัดรวมกันเข้ามาเลยเถอะ!”
ต้องบอกเลยว่าจี้อวี่เหนียนนั้นหยิ่งผยองมาก!
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครขอเพียงสายตาไม่ฝ้าฟาง ย่อมแลเห็นเรื่องหนึ่งชัดเจน
อีกฝายมีทุนรองให้หยิ่ง!!
“หืม?”
ทันใดนั้นเอง จื่อวี่เหนียนที่กวาดตามองท้าจักรพรรดิอมตะสมญานามของวังเทียนฉืออย่างไม่แสรอบหนึ่ง ก็วกกลับมาหยุดมองยังจักรพรรดิอมตะหอนฟ้าอีกครั้ง ค่อยเลิกคิ้วกล่าวขึ้นว่า “ไม่แปลกใจเลยที่ไฉนข้ารู้สึกคุ้นๆหน้าเจ้าแต่แรกที่เท้าเจ้าคือหมาน้อยที่ติดตามอยู่ข้างกายเจ้า 3 ตาไม่ใช่รึไง?”
“แล้วไฉนหมาน้อยเจ้าถึงมาอยู่ร่วมก๊วนกับพวกวังเทียนฉือได้เล่า? ติดตามอยู่กับเจ้า 3 ตา ดีๆไม่ชอบกลับถ่อมาถึงวังเทียนฉือทําอะไร? เจ้ายิ่งมายิ่งเหลวไหลใหญ่แล้ว!”
กล่าวจบจี้อวี่เหนียนก็ส่ายหัวไปมา
“อาวุโสจี้”
โดนจี้อวี่เหนียนตําหนิ ไม่เพียงจักรพรรดิอมตะหอนฟ้า หยางเซี่ยวเทียน จะไม่โกรธ แต่ยังดูลกลี้ลุกลนราวเด็กน้อยทําผิด “ข้ากับพี่ใหญ่ทะเลาะกันเล็กน้อย…ข้าก็เลยออกมาหาที่พักใจบ้างอะไรบ้าง”
จักรพรรดิอมตะหอนฟ้าต่อหน้าจี้อวี่เหนียนแล้ว ช่างแลดูเรียบๆร้อยๆไม่น้อย แววตายังฉายความยําเกรงอยู่หลายส่วน