จักรพรรดิอมตะไม้เท้าวารีกล่าว “ยาโถวน้อย ความคิดตื้นเขินนี้ของเจ้าไหนเลยใช้กับ 3 ผู้เฒ่าอย่างพวกเราได้เล่า…ตอนพวกเรา 3 ผู้เฒ่าบันหัวผู้คนในระนาบเทวโลกกันอย่างสนุกสนาน เจ้ายังไม่เกิดด้วยซ้ำ!”
“ยาโถวน้อย เจ้าเองก็สมควรตระหนักได้ ว่าเมื่อครู่เป็นพวกเรา 3 คนยั้งมือไว้ไมตรีเจ้า หาไม่แล้วต่อให้เจ้าจะไม่ตาย แต่ก็ต้องมีหนังลอกกันบ้าง…เจ้าหลบไปเถอะ อย่าได้โดดลงโคลนปลักนี้ไปกับเจ้าหนุ่มนั่นเลย”
จักรพรรดิอมตะท่องว่างเปล่า เอ่ยออกเสียงเบา “สาวน้อยหากเจ้ายังดันทุรังสอดมืออีก ไม่เพียงแต่เจ้าจะยืนฝั่งตรงข้ามกับวังเทียนฉือ เจ้ายังเสมือนคิดต่อต้านพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ของพวกเราด้วย”
กล่าวถึงจุดนี้ จักรพรรดิอมตะท่องว่างเปล่าก็มองจ้องฉือหย่าชีด้วยสายตาลึกซึ้ง ราวกับจะเน้นย้ำสถานการณ์ในปัจจุบันให้ชัดเจน
“ฉือหย่าซี”
ตอนนี้เอง จ้าววังเทียนฉือ โหยวเฟิงอวี้ ก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้ารู้ว่าเจ้าคิดช่วยมันเพราะเห็นแก่คําศิษย์น้อง แต่วันนี้ถือว่าเจ้าได้ทําดีที่สุดแล้ว พอเสียเถอะ…หากดันทุรังลงมือสืบต่อ ถึงอาวุโสทั้ง 3 จะไม่ทําร้ายเจ้าจนตาย แต่ก็อย่าหวังว่าเจ้าจะลุกมาสู้กับใครได้อีกหลายปี…”
“และเจ้าก็อย่าได้ใจให้มันมากเกินไปนัก! อย่าได้ลืมไปเสียเล่าว่าเจ้ามิใช่ศิษย์ในด่านของฉือหล่างแค่คนเดียว”
โหยวเฟิงอวี้ก็กล่าวย้ำออกมาแกมขู่ ให้ถือหย่าขี้รู้สถานการณ์