“ฉือหย่าชี เจ้าทําเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”
เหลยอิงที่พุ่งมาด้วยสภาวะอํามหิต พลันหยุดร่างมองจ้องไปยังฉือหย่าชีตาเย็น เอ่ยถามออกด้วยน้ำเสียงเข้มต่ำ “เจ้าที่เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัว เลือกจะปล่อยต้วนหลิงเทียนไปก็นับว่าผิดมหันต์แล้ว แต่นี่เจ้ายังกล้าขวางข้าที่ได้รับคําสั่งตรงจากท่านจ้าววังอีกหรือ?”
“ หรือเจ้าไม่เห็นท่านจ้าววังอยู่ในสายตาแล้วจริงๆ?”
เหลยอิงเอ่ยออกเสียงเย็น
“ข้าบอกไปแล้วว่าหลังจากนี้อีก 3 วันข้าจะไปจับตัวคนกลับมาเอง”
ฉือหย่าชีกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ
“ฉือหย่าชี!!”
ตอนนี้เองจ้าววังเทียนฉือที่ไม่ได้พูดอะไรกับฉือหย่าชีมาก่อน ในที่สุดก็เหลือบไปมองกล่าวกับนางเสียงเย็น
“เจ้าคิดปล่อยคนข้ายังพอรับได้ แต่ตอนนี้เจ้าถึงกับกล้าขวางเหลยอิง ข้าเกรงว่านี่มันจะมากเกินไปหน่อยกระมัง?”
กล่าวถึงท้ายประโยคเสียงจ้าววังเทียนฉือก็เย็นลงปานจะแช่ร่างผู้คนให้เป็นน้ำแข็ง
“จ้าววังมิใช่ข้าบอกไปแล้วหรือ ว่าหลังจากนี้อีก 3 วันข้าจะไปตามจับคนกลับมาเอง”
เสียงของฉือหย่าชียังสงบมั่นคง ไม่สั่นคลอนใดๆ แม้จะโดนจ้าววังเทียนฉืออย่างโหวเฟิงอวี้คาดคั้น
“ฉือหล่าง ดูลูกสาวคนดีของเจ้าเถอะ! ยังไม่รีบจัดการนางอีก!!”
จังหวะนี้ โหยวเชิงอรื้อดไม่ได้ที่จะหันไปตะคอกใส่ฉือหล่างเสียงหนัก
“ท่านจ้าววัง…ท่านคิดว่าหากข้าจัดการนางได้ นางจะยังเป็นเหมือนทุกวันนี้อยู่หรือไม่?”
ฉือหล่างได้แต่ยิ้มแห้งๆ กล่าวคําเสียงสลด