“ศิษย์อัจฉริยะนั้นเป็นศิษย์คนที่ 7 ของเจ้า ต้วนหลิงเทียน
โหยวเฟิงอวี้มองจ้องฉือหล่างเขม็ง “แล้วเจ้าคิดว่าเรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร?”
ขวับ ขวับ ขวับ ขวับ
พอเสียงกล่าวของโหยวเฟิงอวี้ดังจบคํา สายตาของจักรพรรดิอมตะสมญานามอีก 7 คนของวังเทียนฉือรวมถึงเหลยอิง ก็หันขวับมาจับจ้องฉือหล่างอย่างพร้อมเพรียง และแววตาหลายคนก็ฉายชัดถึงความตกตะลึง แน่นอนว่ายังมีจักรพรรดิอมตะสมญานามบางคนที่แววตาเริ่มทอประกายเยียบเย็นออกมา
อย่างหลังนั้นล้วนเป็นจักรพรรดิอมตะสมญานามที่ไม่ค่อยลงรอยกับฉือหล่างสักเท่าไหร่ หรือไม่ก็ไม่ถูกชะตากับต้วนหลิงเทียนศิษย์คนที่ 7 ของฉือหล่างอย่างเช่น จักรพรรดิอมตะมังกรบู๊กู้ฉางเจียง จักรพรรดิอมตะคลื่นหมอก รวมถึงจักรพรรดิอมตะฟ้าลี้ลับ เรียกว่าสายตาที่ทั้ง 3 ใช้มองฉือหล่างตอนนี้มันเยือกเย็นไม่น้อย
“เป็นไปไม่ได้!”
ได้ยินคําพูดของโหยวเฟิงอวี้ ฉือหล่าง ก็อื้ออึงไปแล้วจริงๆ และเมื่อมันสังเกตเห็นสายตาสงสัยทั้งเยียบเย็นของอีก 7 จักรพรรดิอมตะสมญานามที่เหลือ มันก็ส่ายหัวออกมาอย่างไม่รู้ตัว “เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้หรอก! ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่!!”
ถึงแม้โหยวเฟิงอวี้วจะกล่าวออกมาไม่ชัดเจน
แต่มันก็พอจะตระหนักได้อย่างคลุมเครือว่า
ศิษย์อัจฉริยะที่ทําหน้าที่เป็นผู้คุมบนเรือนจําชั้น 3…ประจวบเหมาะกับเกิดเรื่องราวอย่างนักโทษแหกคุกขึ้นมา สิบในสิบไม่พ้นต้องมีส่วนกับการปล่อยนักโทษแน่!