“ตัวนต้วนหลิงเทียน! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้ร่วมมือกับฉือหยวนชีปล่อยจักรพรรดิอมตะ สมญานามเหล่านี้! เจ้าทราบหรือไม่ว่านี่คืออาชญากรรมร้ายแรง! วังเทียนฉือของเราไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่!!”
เหลยจวิ้นมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนเสียงเข้ม
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่?”
พอได้ยินเหลยจวิ้นเอ่ยชื่อศิษย์พี่หญิงใหญ่ของตัวเองออกมา ต้วนหลิงเทียนก็อึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ค่อยตอบสนองเรื่องราว ด้วยรู้ว่าไม่พ้นเหลยจวิ้นต้องกําลังเข้าใจผิด คิดว่าฉือหย่าชีเป็นคนเสี้ยมให้เข้าปล่อยนักโทษทั้ง 6 ไม่เว้นสอนวิธีเปิดปิดค่ายกลและข่ายอาคมให้เขา…
“เหลยจวิ้น สมองเจ้ามีปัญหาอะไรรึเปล่า?”
ตัวนหลิงเทียนกล่าวอย่างประชดประชันว่า “หากศิษย์พี่หญิงของข้าคิดปล่อยคน นางยังต้องยืมมือข้าทําอะไร ไม่สู้หาโอกาสเหมาะทําด้วยตัวเอง จะได้ราบรื่นกว่านี้หรือไร?”
“เฮอะ! หากไม่ใช่เพราฉือหย่าชีสอนเจ้า อาศัยเจ้าไหนเลยจะมีปัญญาทําลายค่ายกลและขายอาคมทั้งหมดได้!?”
เหลยจวิ้นไม่เชื่อ
“ข้าทําลาย?”
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้ม “ใครบอกเจ้าว่าข้าเป็นคนทําลายค่ายกลกับข่ายอาคม? ค่ายกลกับข่ายอาคมนั่นพวกพี่ใหญ่เผยลงมือทําลายเองต่างหาก!”
“เป็นไปไม่ได้!”
ทันที่ที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวจบคํา เสียงชายชราข้างเหลยจวิ้นก็โพล่งดังขึ้นมาทันที ยังส่ายหน้าไปมาไม่หยุด “ค่ายกลกับข่ายอาคมเหล่านั้นพิเศษมาก หากพวกมันทําลายได้เองไฉนไม่ทําลายแล้วหลบหนีออกไปแต่แรก ไยต้องรอจนถึงตอนนี้?”