กระทั่งดูจากสถานการณ์วันนั้น เกรงว่าหาจักรพรรดิสวรรค์แห่งอู๋หยาเทียนไม่มา จ้าววังเทียนฉือของมันไม่พ้นต้องถูกเผยหยวนจี๋ผู้นี้ทุบตีจนเปลี้ย!
และจังหวะนี้ เมื่อมันต้องมาเผชิญหน้ากับเผยหยวนจี๋ที่เดินนําจักรพรรดิอมตะสมญานามอีก 5 คนมา ชายชราแซ่เซี่ยก็ได้แต่ตัวแข็งค้าง ไม่เหลือความคิดต่อต้านใดๆ สีหน้าเริ่มซีดลงราวกระดาษหาสีเลือดไม่เจอ
จังหวะนี้ แม้มันจะไม่อยากตายแค่ไหน แต่มันรู้ดีว่าต้องตายแน่!
“ไปกันเถอะ”
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ชายชราแซ่เซี่ยคิดไม่ถึงก็คือ เผยหยวนจี๋กับคนอื่นๆไม่ได้คิดทําร้ายมัน เพียงมองทักทายคนข้างๆมันด้วยรอยยิ้มบางๆเท่านั้น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
สีหน้าชายชราเปลี่ยนไปเป็นงุนงง จากนั้นก็หันมองไปข้างกายโดยไม่รู้ตัว จึงพบว่าศิษย์คนที่ 7 ของจักรพรรดิอมตะทุ่งขจี ฉือหล่าง ยังเป็นศิษย์น้องเล็กของ 1 ใน 3 พัสดีในคุกหมื่นพันธนาการอย่างพัสดีคือ หลังจากที่ได้ยินคําชวนของเผยหยวนจี๋ก็พยักหน้าตอบรับออกมาหน้าตาเฉย “เอาล่ะ”
“เป็นฝีมือมัน?”
ลูกตาของชายชราแช่เซี่ยหดหยีลงเร็วไว หากตอนนี้มันยังไม่รู้ว่าที่ทั้งหมดสามารถทําลายพันธนาการและค่ายกลในชั้น 3 ได้เป็นเพราะชายหนุ่มคนนี้ เกรงว่าชีวิตที่มันอยู่มาเนิ่นนานคงไร้ค่ากว่าชีวิตสุนัขแล้วจริงๆ