เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาซับซ้อนที่มองมาของอาวุโสเซี่ย ต้วนหลิงเทียนก็คลี่ยิ้มพูดกับอีกฝ่ายเป็นเชิงแนะนํา “อาวุโสเซี่ย หลังจากนี้ท่านอยู่ที่นี่จะดีกว่า…”
“ข้างนอกมันตรายเกินไป…”
พอกล่าวจบต้วนหลิงเทียนและเผยหยวนจี๋ก็ก้าวอาดๆลงจากชั้น 3 ของเรือนจําหลังนี้ทันที จักรพรรดิอมตะสมญานามอีก 5 คนก็ก้าวตามไปติดๆ
ถึงแม้ทั้ง 5 จะล้วนเป็นจักรพรรดิอมตะสมญานามที่มีชื่อเสียงพอตัว แต่บัดนี้ทุกคนกลับเดินตามหลังเผยหยวนจี๋ต้อยๆ แลดูเชื่องปานลูกเจี๊ยบติดตามแม่ไก่..
“บิ๊กๆๆ แซ่เซี่ย…เจ้าต้องขอบคุณเจ้าหนูหลิงเทียนผู้นั้น หากไม่ใช่เพราะเจ้าหนูหลิงเทียนบอก ให้พวกเราไว้ชีวิตเจ้าล่ะก็ป่านนี้เจ้าตายไปนานแล้ว!”
ชายชราร่างอ้วน จักรพรรดิอมตะอัสนีบาต ยามเดินผ่านอาวุโสเซี่ยมันก็ยกมือขึ้นมาตบไหล่อาวุโสเซี่ยเบาๆ พอกล่าวด้วยรอยยิ้มลี้ลับจบคํา มันก็เดินตามทุกคนไปทันที
พอเห็นต้วนหลิงเทียนกับทุกคนลงบันไดหายไปต่อหน้าต่อตาแล้ว อาวุโสเซียก็ได้แต่คลี่ยิ้มแหยๆออกมา “ให้ตายเถอะ ไม่คิดเลยว่าเจ้าหนุ่มต้วนหลิงเทียนผู้นั้นกลับมีความสามารถถึงขนาดนี้”
จังหวะนี้ชายชราไม่เพียงไม่โกรธที่ถูกหลอก ยังรู้สึกชื่นชมในความสามารถและรู้สึกขอบคุณอีกด้วย
มันรู้ดีว่าจักรพรรดิอมตะอัสนีบาตไม่จําเป็นต้องโกหกมันแม้แต่น้อย ไม่พ้นต้องเป็นเพ ราะต้วนหลิงเทียนเอ่ยปาก มันถึงยังรอดชีวิตอยู่ได้