“เจ้านี่ก็เหมือนกับผู้เฒ่าเคอไปลู่ มันมิใช่มนุษย์ แต่ร่างที่แท้จริงของมันดูเหมือนจะเป็นบุปผาน้ําแข็งทมิฬ ที่ถือกําเนิดใต้ธารน้ําแข็งล้านปี เป็นบุปผาอมตะชนิดหนึ่ง”
“พลังฝีมือของชายผู้นี้ ในบรรดาพวกเราทั้ง 6 เรียกว่าเป็นรองผู้ที่ยังไม่ปรากฏตัวออกมาแค่คนเดียว…และไม่เพียงแต่จะเชี่ยวชาญกฏน้ําแข็งเท่านั้น ยังเชี่ยวชาญกฏแห่งดินอีกด้วย”
“แน่นอนว่ากฏที่มันเชี่ยวชาญมากที่สุดก็คือกฎน้ําแข็ง แต่กระนั้นมันกลับสามารถรอดชีวิตมาได้ด้วยกฏแห่งดินที่มันเข้าใจ”
หญิงชราส่ายหัวไปมาพลางกล่าว “มันถือกําเนิดมาก็ไม่รู้จักใคร ภายหลังจึงตั้งชื่อให้ตัวเองว่าเฉียนปิงและมันก็ตั้งสมญานามว่าน้ําแข็งทมิฬ.ผู้คนเรียกหามันว่าจักรพรรดิอมตะน้ําแข็งทมิฬ”
เมื่อชายชรากล่าวแนะนําชายหนุ่มใบหน้าเย็นชาให้ต้วนหลิงเทียนรู้จัก ด้านชายหนุ่ มที่สังเกตว่าต้วนหลิงเทียนมองอยู่ก็หันมาพยักหน้าให้เขาเป็นการทักทาย และมันก็พยายามยกยิ้มให้เขาเช่นกัน ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่แลดูฝืนธรรมชาติใบหน้ามันที่สุด จนแลดูน่าเกลียดไม่ต่างอะไรกับคนร้องไห้
“ผู้อาวุโสในเมื่อคนที่เหลืออยู่เป็นคนสุดท้าย สมควรเป็นคนที่มีพลังฝีมือสูงสุดในบรรดาพวกท่านทั้ง 6 แล้วมิทราบพลังฝีมือของคนผู้นั้น ให้เทียบกับจ้าววังเทียนฉือแล้วเป็นเช่นไรหรือ?”
หลังละสายตากลับมาจากชายหนุ่ม ต้วนหลิงเทียนก็มองหญิงชรา พลางส่งเสียงผ่านพลังไปถามอีกรอบ