หุบจันทร์โลหิตเองก็จัดเป็นขุมกําลังระดับสวรรค์ของว่านโช่วเทียนเช่นกัน สถานที่ตั้งของหุบเขาแห่งนี้ อยู่ในสถานที่อันเงียบสงบวังเวงแห่งหนึ่งของว่านโช่วเทียน มีหมอกสีเลือดลอยต่ำปกคลุมตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน หากแหงนมองจันทราบนฟ้า ในหุบจันทร์โลหิตก็จะเห็นเป็นจันทราสีเลือด
นาม หุบจันทร์โลหิต ก็ได้มาเพราะเหตุนี้
“อาวุโส 9 ท่านแน่ใจรึเปล่า ว่าข่าวที่ท่านได้มาเป็นความจริง ไม่มั่วนิ่ม?”
สตรีในชุดคลุมสีทองแลดูสวยงาม หากทว่านางกลับแลดูเสมือนเด็กซนขี้เล่น เท้าสะเอวหยี ตามองถามชายชราในชุดคลุมสีเทาหลวมๆอย่างไม่ค่อยแน่ใจ และนี่เป็นการถามครั้งที่ 3 ของนางแล้ว
“ฮัยยา เสี่ยวจินอา…ไฉนเจ้าถึงได้สงสัยคําพูดของข้าผู้เฒ่านักเล่า? มิรู้หรือไรว่าตาเฒ่าผู้นี้ คือหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของหุบจันทร์โลหิตเรา! ทุกคนรับทราบดีว่าหากบ้านใดมีชู้ไม่พ้นหูข้าผู้เฒ่า! เช่นนั้นข่าวที่ข้าผู้เฒ่าได้มามันจะไปเป็นข่าวปลอมได้อย่างไร?”
ชายชราส่ายหัวไปมาอย่างระอา ค่อยกล่าวเสริมว่า “ข่าวนี้เป็นความจริงแน่นอน ตอนนี้ คนของข้าที่อวี้หวงเทียนกว่าครึ่ง เรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จักต้วนหลิงเทียนแล้ว กระทั่งหน้าของเจ้าหนุ่มนั้นทุกคนยังเก็บเอาไปฝันด้วยซ้ำ!”
“ต้วนหลิงเทียนที่ว่าก็คือชายหนุ่มชุดม่วงหน้าตาหล่อเหลา…เอ้า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เจ้าชมดูเองแล้วกันว่านี่ใช่คนที่เจ้าตามหาหรือเปล่า”