เพราะเท่าที่ดูจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะไม่ต้องเหนื่อยแรงลงมืออะไรต่อก็เป็นได้ “จ้าววังเทียนฉือไม่ว่าจะอาฆาตแค้นเพียงไร อย่างน้อยๆก็น่าจะไว้หน้าอาวุโสเมิ่งชวนกระมัง?
“พลังฝีมือของอาวุโสเมิ่งชวนก็ไม่ใช่เล่นๆเลย แถมยังเป็นจักรพรรดิอมตะสมญานามของพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์แห่งจี้เมี่ยเทียนเทียน….และในปัจจุบัน 9 ใน 10 ส่วนผู้อาวุโสฟงชิงหยางก็สมควรมีพลังสูงส่งสุดที่จักรพรรดิสวรรค์แห่งอู๋หยาเทียนจะกล้าตอแย”
ต่อให้จ้าววังเทียนฉือจะมีสัมพันธ์กับจักรพรดริสวรรค์แห่งอู๋หยาเทียน แต่ก็คงไม่กล้าไม่ไว้หน้าอาวุโสเมิ่งชวนส่งเดช
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ในใจต้วนหลิงเทียนก็คาดหวังว่าเรื่องราวจะเป็นไปได้ด้วยดี
เพราะหากเรื่องมันจบลงง่ายๆเพียงเท่านี้ เขาก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับฉือหล่างและศิษย์พี่คนอื่นๆในฐานะคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวังเทียนฉือ เพราะเขาเห็นทุกคนเป็นดั่งครอบครัวแล้วจริงๆ
“คิดมากไปก็เท่านั้น ตอนนี้ก็ได้แต่รอข่าวจากอาวุโสเมิ่งชวน
ต้วนหลิงเทียนเดิมทีก็คิดจะบ่มเพาะพลังฆ่าเวลาไปพลางๆ แต่เขากลับไม่อาจสงบใจลงได้ เช่นนั้นจึงเลือกที่จะรอเฉยๆ
ราวๆ 1 ชั่วยามต่อมา
ในที่สุดเมิ่งชวนก็ส่งข้อความติดต่อมาถึงเขา “ข้าได้คุยกับจ้าววังเทียนฉือแล้ว กระทั่งใช้ท่าที่แข็งกร้าวยืนกรานจะให้มันปล่อยคน…แต่เจ้าบ้านั้นมันเลือกที่จะปฏิเสธเสียงแข็งไม่ได้ไว้หน้าข้าเลย!”