“นอกจากนี้ฟังจากที่ท่านพูดแล้ว สิ่งที่ท่านได้รับก็เป็นแค่มรดกที่ใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์เหลือทิ้งไว้สมัยยังอยู่ในระนาบโลกียะเท่านั้น”
“มรดกที่เหลือทิ้งไว้ในระนาบโลกียะ…บัดนี้มันไม่อาจนับเป็นอะไรได้แล้ว”
ระหว่างเดินทางเมิ่งห่าวชวนก็ได้รับทราบเรื่องราวเพิ่มเติมจากปากต้วนหลิงเทียน ว่ามีความเกี่ยวข้องกับใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์ของมันอย่างไร ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่ได้หวังอะไรไว้มากมาย
ทว่าต้วนหลิงเทียนยังยืนกรานว่าจะลองมันก็ได้แต่พาต้วนหลิงเทียนมาลองดูเท่านั้น
“ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ทั้งหมดดีแก่ใจ”
ต้วนหลิงเทียนย่อมคาดเดาได้ไม่ยากว่าเมิ่งห่าวชวนกําลังกังวลเรื่องอะไร และรู้ว่าอีกฝ่ายก็แค่หวังดี เขาจึงได้แต่ตอบคํากลับไปด้วยรอยยิ้มเท่านั้น
เป็นธรรมดาว่าลึกลงไปในแววตาเขาก็ฉายชัดถึงความกังวลให้เห็นเช่นกัน
ถึงแม้การมาพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์แห่งเมี่ยเทียนคราวนี้ เขาจะหวังไว้ว่าผู้อาวุโสฟงชิงหยางยินดีออกหน้าช่วยเขาสักครั้ง อย่างไรก็ตามเขาได้เตรียมใจรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว
เมื่อไม่อาจได้รับความช่วยเหลือจากอาวุโสฟงชิงหยาง เช่นนั้นเขาก็ทําได้แค่พี่งพาตัวเองเรื่องช่วยบิดามารดาของส่วนเอ๋อเท่านั้น
แน่นอนว่าก่อนจะลงมือเขาก็ยยังต้องไปตระเตรียมอะไรอีกหลายอย่าง
…….
“ด้านหน้าก็คือพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์แล้ว”