พอเสียงของเมิ่งห่าวซวนดังขึ้นอีกครั้ง ก็ดึงสติต้วนหลิงเทียนที่เหม่อคิดกลับคืน พอเขามองตามสายตาของเติ้งห่าวชวนไป ก็แลเห็นเกาะที่มีลักษณ์ดังขุนเขามหึมาลอยล่องกลางหาว ตัวเกาะยังแลคล้ายปลายกระบี่คว่ําลง
และรอบเกาะสูงตระหง่านคล้ายปลายกระบี่ปักลงนั้น ก็มีเกาะลอยเล็กๆลอยล่องอยู่โดยรอบ มากมายปานดาวล้อมเดือน
“ลือกันว่า สถานที่พักบ่มเพาะของใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์ไม่ได้อยู่บนเกาะหลัก แต่เป็นหนึ่งในเกาะลอยเล็กๆที่อยู่รอบเกาะหลักเช่นกัน…”
เมิ่งห่าวชวนมองจ้องไปยังเกาะลอยเบื้องหน้าด้วยสายตาร้อนแรงราวมีเปลวเพลิงลุกโชน ใบหน้าฉายชัดถึงความคลั่งไคล้ แม้มันจะเคยมาที่นี่แล้วแต่อารมณ์ของมันก็ยังคงฮึกเหิมราวกับมาครั้งแรก
และตอนนี้ในอากาศก็มีร่างคนหลายร่างลอยอยู่โดยรอบเว้นระยะห่างมากพอสมควร
คนเหล่านั้นก็ไม่ได้ทําอะไร เพียงหยุดร่างลงกลางหาวมองพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์จากที่ไกลๆเท่านั้น
“กลิ่นอายนี่มัน…คุ้นนัก”
ต้วนหลิงเทียนที่ลอยร่างข้างเมิ่งห่าวซวน และมองจองไปยังเกาะที่ลอยตระหวาานปานกระบี่ก็สัมผัสได้ถึงปราณกระบี่สายหนึ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา
และปราณกระบี่สายนี้กลับทําให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกจนพอนึกๆอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เข้าใจว่าไฉนมันถึงคุ้นเคยนัก