“กลิ่นอายปราณกระบี่นี่มัน…กับกลิ่นอายยอดใจกระบี่ที่ผู้อาวุโสฟงชิงหยางเหลือทิ้งไว้เป็นมรดก กลับคล้ายกันมาก…แค่กลิ่นอายของปราณกระบี่ที่นี่มันทั้งรุนแรงคมกล้าและบริสุทธิ์มากกว่า”
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ สองตาต้วนหลิงเทียนก็เผยให้เห็นถึงสีสันอันร้อนแรงเล็กน้อย
“ไปที่ประตูหน้ากันเถอะ”
เมิ่งห่าวซวนกล่าวชวนต้วนหลิงเทียน จากนั้นก็พาต้วนหลิงเทียนเห็นร่างไปยังประตูหน้าของพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์จี้เมี่ยเทียน
ต้องทราบด้วยว่าในอดีตตอนเมิ่งห่าวชวนมาเยือนพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ ยังไม่เค ยมาถึงประตูหน้าแค่ชมดูจากไกลๆเท่านั้น
วันนี้นับเป็นครั้งแรกที่มันมาถึงหน้าประตูพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
และทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกับเมิ่งห่าวชวนเหินร่างเข้าใกล้ก็ปรากฏร่างผู้คนมากมายขึ้นในอากาศปานภูตผีบังขวางเอาไว้
“ที่นี่คือพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามเข้า!”
เป็นหน่วยองครักษ์สวรรค์หน่วยหนึ่งที่ลาดตระเวนอยู่แถวๆนี้ พอเห็นทั้งคู่เดินเข้าใกล้จึงเข้ามาขวางทางเอาไว้
สมแล้วที่เป็นพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์..แม้แต่หน่วยลาดตระเวนก็เป็นถึงจักรพรรดิอมตะ
ต้วนหลิงเทียนลอบถอนหายใจ