แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่ตัวตนเหล่านั้นจะเทียบกับต้วนหลิงเทียนได้
“ฮ่วนเอ๋อ…ค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะของกองกําลังโลหิตเหล็กแห่งนี้ เป็นที่ๆข้ากับซูหลี่พบเจอกันเป็นครั้งแรก…”
ต้วนหลิงเทียนหันไปกล่าวกับฮ่วนเอ๋อด้วยรอยยิ้ม “เจ้าคงยังไม่ลืม ซูหลี่ ของนิกายกระบี่หมื่นหายนะแห่งอวี้หวงเทียนกระมังที่เจอครั้งแรกหน้าทางเข้าแดนลับทวยเทพในแดนลับอัจฉริยะน่ะ”
“เอ๋? พี่หลิงเทียนตอนท่านบอกว่ารู้จักกับพี่ใหญ่ซูหลี่มานาน ข้าก็ไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะรู้จักกันตั้งแต่ยังเด็ก! ไม่น่าแปลกใจเลยที่ข้ารู้สึกว่าท่านแลดูสนิทใจกับพี่ใหญ่ซูหลีมากกว่าสหายคนอื่น”
ฮ่วนเอ๋อกล่าวด้วยความแปลกใจ
“ฮ่วนเอ๋อ…ที่นี่ก็คือเมืองหลวงของอาณาจักรนภาล่อง ทางด้านนั้นเป็นที่ตั้งของสถาบันบ่มเพาะขุนพล…ข้ากับซูหลีเองหลังออกจากค่ายบ่มเพาะอัจฉริยะของกองกําลังโลหิตเหล็ก พวกเราก็เข้ามาศึกษาเล่าเรียนต่อที่นี่ และเพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่ ข้าถึงได้เห็นซูหลี่เป็นเพื่อนแท้ของข้ามาโดยตลอด
ต้วนหลิงเทียนที่พาฮ่วนเอ๋อวูบร่างข้ามมิติมาถึงเมืองหลวงของอนาจักรนภาล่อง ก็พานางมาสถาบันบ่มเพาะขุนพล ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปีนั้น ยังเล่าเรื่องที่ซูหลี่ยอมละทิ้งอนาคตแต่ไม่หักหลังเขา โดยการพาครอบครัวระหกระเหินหลบหนีออกจากอาณาจักรนภาล่อง เพราะไม่อยากถูกตระกูลซูใช้เป็นหมากมาทําร้ายเขา