จากนั้นก็เหินร่างเดินทางไปยังตําหนักหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างไกล
ตําหนักหลังนี้หากให้เทียบกับตําหนักลองกระบี่แล้ว นับว่าตั้งอยู่ห่างไกลกว่ากันมาก เรียกว่าเขาไม่เห็นเงาผู้คนผ่านไปมาแถวนี้เลย
ฟิ้ววว…
สายลมหมุนหอบหนึ่งพัดผ่าน หอบหิ้วใบไม้เกลื่อนพื้นที่นั่งสงบให้ปลิดปลิวขึ้นมาวุ่นวาย
“ที่นี่คือตําหนักหมื่นพันธนาการหรือ?”
ตําหนักหมื่นพันธนาการ เป็นตําหนักที่มีไว้รับเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคุกหมื่นพันธนาการทั้งมวล ใครก็ตามที่คิดจะไปลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เพื่อทํางานที่คุก ก็จําต้องมาที่นี่ก่อน
แน่นอนว่ายังไม่ใช่การลงทะเบียน แต่มาเพื่อรับสิทธิ์ในการลงทะเบียน
เนื่องจากคุกหมื่นพันธนาการจํากัดไว้ว่าผู้ที่จะรับงานได้ก็มีแต่ศิษย์อัจฉริยะเท่านั้น…และ ทั่ววังเทียนฉือก็มีศิษย์อัจฉริยะอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 100 คน ทําให้ที่นี่เปลี่ยวร้างเหลือเกิน
“ช่างวังเวงเสียจริง”
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะกล่าวพึมพําออกมา ก่อนจะพาฮ่วนเอ๋อเดินเข้าไปหุดหน้าประตูตําหนัก พอมองไปที่ประตูเขาก็ว่ามันเต็มไปด้วยฝุ่นเกาะ ทั้งมีใยแมงมุมอันเขื่องคลี่กางแผ่ขยายเต็มประตู สภาพราวกับไม่มีใครเฉียดเข้ามาที่นี่นับสิบนับร้อยปีแล้ว
“มีใครอยู่รึเปล่า?”
ต้วนหลิงเทียนที่มองไปรอบๆไม่เห็นใคร ก็เริ่มกล่าวถามออกมาเสียงดัง
แอ๊ด…