ชายหนุ่มที่แลดูคล้ายบัณฑิตผู้นี้เรียกว่า จ้าวจี้เลี่ย มันเป็นศิษย์คนที่สองของจักรพรรดิอมตะฟ้าลี้ลับ และในด่านของจักรพรรดิอมตะฟ้าลี้ลับ พลังฝีมือของมันก็เป็นอันดับสองรองจากหานอวิ๋นจิ่นเท่านั้น
“ที่ท่านกล่าวก็ใช่…แต่ข้าว่าระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า”
อู๋ฉวนขมวดคิ้ว ก็จริงที่มันตัดสินผิดพลาดมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่คราวนี้เรื่องราวมันเกี่ยวพันถึงความเป็นตายของศิษย์พี่ใหญ่ทั้งคน มันรู้สึกว่าสมควรระวังไว้ก่อนจะดีกว่า
“ศิษย์น้อง 3”
หานอวิ๋นจิ่นยิ้มกล่าวว่า “ข้ารับรู้ถึงความกังวลของเจ้าดี…แต่เจ้าเองก็รู้ ว่าหากวันนี้ข้าไม่ขึ้นไปตัดสินเป็นตายกับต้วนหลิงเทียนบนสังเวียนอัจฉริยะ ต่อไปในวังเทียนฉือ ข้าคงไม่อาจเงยหน้ามองผู้ใดได้อีกแล้ว…”
“เว้นเสียแต่เจ้าจะมั่นใจเต็มสิบส่วน…หาไม่แล้วข้าไม่อาจเสี่ยงเอาชื่อเสียงของข้า ไปแลกกับความเป็นไปได้อันน้อยนิดของเจ้าได้…”
“และหากข้าเสื่อมเสียชื่อเสียงในวังเทียนฉือเพราะเหตุนี้ ต่อให้ข้าจะออกจากวังเทียนฉือเพื่อไปเข้าร่วมกับขุมกำลังระดับสวรรค์อื่นๆ เกรงว่าพวกมันคงไม่คิดเหลียวแลข้าอีก”
“ถึงแม้ข้าหานอวิ๋นจิ่น จะไม่ได้ถือว่าชื่อเสียงสำคัญกว่าชีวิต แต่ถ้าเรื่องราวยังมิใช่ว่าเสี่ยงมากเกินไป ข้าก็ยังเลือกจะขึ้นสังเวียนอัจฉริยะ และรับทราบถึงพลังฝีมือต้วนหลิงเทียนสักครา”
พูดถึงจุดนี้ สองตาหานอวิ๋นจิ่นก็ทอประกายเยียบเย็นออกมาวูบวาบ
“ศิษย์พี่ใหญ่…”