อู๋ฉวนกล่าวถึงุจดที่มันกังวลที่สุดออกมา “หาไม่แล้วไฉนทุกคราที่ศิษย์พี่ใหญ่คิดออกไป ต้องพบว่าพวกมันกำลังเฝ้าจับตาดูท่านทุกครั้ง? หากคิดจะเฝ้าจับตาท่านจริง ไฉนถึงทำให้ท่านรู้ตัวได้ง่ายๆ?”
“ศิษย์น้อง 3 นี่เจ้าจะไม่ขี้ระแวงไปหน่อยหรือไร…ไฉนถึงได้สงสัยมันไปหมดทุกเรื่องเล่า?”
ศิษย์น้องรองของหานอวิ๋นจิ่น ศิษย์พี่รองของอู๋ฉวน ในรูปลักษณ์ชายหนุ่มสวมใส่ชุดคลุมสีเขียวเรียบร้อยคล้ายบัณฑิต ในมือถือไว้ด้วยพัดเล่มหนึ่ง ส่ายหน้าไปมาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงระอา “ศิษย์น้อง 3 เจ้าดีหมดทุกอย่าง…เสียแต่ขี้ระแวงเกินไป ชอบคิดเป็นตุเป็นตะไปเองอยู่เรื่อย…กี่ครั้งแล้วที่เจ้าคิดมากเกินไปจนเรื่องราวมันผิดพลาดไปคนละทาง?”
“คราวนี้ข้าว่าไม่พ้นเจ้าต้องคิดมากเกินไป จนตัดสินผิดพลาดเช่นกัน!”
“เจ้าต้วนหลิงเทียนผู้นั้น อายุไม่ถึง 300 ปี สิ่งนี้คือข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้…แถมตื้นลึกหนาบางของมันไม่ว่าจะด่านพลังหรือคววามตระหนักรู้ในกฏ ทุกคนล้วนทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นเช่นไร อาศัยพลังระดับมันเจ้าคิดว่าจะสู้กับศิษย์พี่ใหญ่ได้หรือ?”
“ที่สำคัญบนสังเวียนอัจฉริยะก็ห้ามใช้กำลังภายนอกทุกชนิด กระทั่งอุปกรณ์อมตะยังไม่อาจใช้ได้…เจ้ายังกังวลว่ามันจะซุกซ่อนอันใดไว้ได้อีก?”
กล่าวถึงท้ายประโยคชายหนุ่มชุดเขียวถือพัดแลดูคล้ายบัณฑิต ก็ส่ายหัวไปมาเบาๆอีกรอบ