หลังจากหานอวิ๋นจิ่นได้รับทราบเรื่องราว มันก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะส่งข้อความกลับมาว่า “ถึงแม้พวกมันจะพบว่าในแหวนตู๋กูเหวินมีลูกแก้ววิญญาณของข้า และอาจเดาได้ว่าเข้าไปจ้างวานตู๋กูเหวินกับตู๋กูหวู่ แต่พวกมันก็ไม่อาจใช้สิ่งนี้เป็นหลักฐานมาเล่นงานข้าได้…”
“เรื่องนี้ข้ารู้…ตอนนี้ที่ข้ากำลังกังวลก็คือลูกแก้ววิญญาณของข้าจะตกอยู่ในมือพวกมันด้วยรึเปล่า”
เหลยจวิ้นกล่าว “ที่ลูกแก้ววิญญาณของเจ้าถูกจำได้ เพราะเวิ่นหว่านเอ๋อคุ้นเคยกับกลิ่นอายวิญญาณเจ้า สำหรับลูกแก้ววิญญาณข้า พวกฉือหล่างไม่น่าจะมีใครจดจำได้แน่นอน…”
“หากไม่ตกไปอยู่ในพวกมือมันก็แล้วไป…แต่ถ้าตกไปอยู่ในมือพวกมันจริงๆ ข้าเกรงว่าไม่นานเรื่องนี้ต้องถูกเปิดเผยแน่”
เหลยจวิ้นกล่าวต่อเสียงเครียด
“เปิดเผยแล้วจะอย่างไร? พวกมันรู้แล้วจะทำอะไรได้ อาศัยหลักฐานเช่นนี้ไหนเลยจะมาหาความพวกเราได้!”
หานอวิ๋นจิ่นกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเฉยเมยทำราวกับ ‘หมูตายไม่กลัวน้ำเดือด’
“หานอวิ๋นจิ่น ข้าไม่เหมือนเจ้า…”
เหลยจวิ้นกล่าว “หากศิษย์น้องฮ่วนเอ๋อรู้เรื่องนี้ ด้วยความเอาใจใส่ที่นางมีต่อต้วนหลิงเทียน ต่อให้วันหนึ่งต้วนหลิงเทียนจะตายตกไปแล้ว แต่นางก็อาจจะไม่ยอมรับข้า…”
“เช่นนั้นเรื่องที่ข้ามีส่วนจ้างคนไปฆ่าต้วนหลิงเทียนให้ตาย…ไม่อาจให้นางล่วงรู้ได้เด็ดขาด! เจ้าเข้าใจหรือไม่?!”
เหลยจวิ้นเผยความกังงวลออกมา