“เอาล่ะๆ ข้าเข้าใจแล้ว ก็แค่สตรีคนเดียวไม่ใช่หรือไร? อีก 1 ปีหลังจากนี้ ขึ้นสังเวียนอัจฉริยะเมื่อไหร่ ข้าจะฆ่าต้วนหลิงเทียน ขจัดมารหัวใจเจ้าให้เอง”
หานอวิ๋นจิ่นกล่าว “ว่าแต่ในเมื่อพวกมันลงมือล้มเหลวแบบนี้ พวกเราจะไปทวงค่าจ้างที่จ่ายไปจากตู๋กูหวู่ที่รอดตายได้รึเปล่า?”
“เจ้าฝันอยู่รึไง?”
เหลยจวิ้นหัวเราะประชด ก่อนจะส่งข้อความต่อ “เจ้าคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นไปได้ด้วยหรือ? ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ค่าจ้างที่พวกกเราจ่ายไปอาจจะยังอยู่ในแหวนตู๋กูเหวิน และสมควรถูกจักรพรรดิอมตะสมญานามที่มาช่วยฆ่าตู๋กูเหวินเอาไปแล้ว”
“ต่อให้จะไม่ถูกคนเอาไปและเป็นตู๋กูหวู่ที่เก็บไว้…แต่ในเมื่อตู๋กูเหวินตกตายไปทั้งคน เจ้ายังกล้าไปทวงของคืนจากตู๋กูหวู่ที่เสียพี่น้องไปหรือไร? หรือเจ้าไม่กลัวตู๋กูหวู่มันเอาโทสะมาลงกับเจ้าจนตาย?”
ได้ยินคำพูดของเหลยจวิ้น สีหน้าหานอวิ๋นจิ่นก็มืดลงทันที “เช่นนั้นพวกเราคงไม่ได้ของคืนแน่แล้ว…แต่อย่างน้อยๆพวกเราก็ต้องไปถามมันไม่ใช่รึไง ว่ามันจะเอาอย่างไรต่อ จะลงมือหรือจะเลิกล้ม?”
“เหอะๆ ต่อให้เจ้าอยากไปถามมันแค่ไหน เจ้าก็ทำได้แค่รอ…เพราะตอนนี้เจ้าสมควรตกเป็นเป้าการจับตาของฉือหล่างแล้ว”
เหลยจวิ้นกล่าว
“หากรอต่อไป…วันประลองระหว่างข้ากับต้วนหลิงเทียนก็มาถึงก่อนพอดี”
หานอวิ๋นจิ่นเอ่ยออกเสียงขรึม