พอเสียงของตู๋กูเหวินดังจบคำ ก็ปรากฏหอกยาว 7 ฉื่อเล่มหนึ่งกระชับเข้ามือ เรียกว่าตัวหอกนั้นยาวกว่าความสูงของร่างเด็กชายมันเสียอีก!
และหอกของตู๋กูเหวินไม่ได้ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า แต่เป็นแสงที่สาดส่องออกจากร่างกายแล้วควบแน่นมีสภาพ…
ศาสตราวุธที่ปรากฏตัวในลักษณะนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นศาสตราอมตะระดับจักรพรรดิขึ้นไป!
“สุนัขจากที่ใดมาเห่าหอนแถวนี้ไม่เลิก…”
และแทบจะเป็นเวลาเดียวกับที่ตู๋กูเหวินเรียกหอกอมตะจักรพรรดิออกมา เสียงของต้วนหลิงเทียนก็ดังขึ้นจากด้านในต้นไม้เทพสนหลิว ฟังแล้วเห็นชัดว่าคิดยั่วโทสะตู๋กูเหวิน!
เมื่อได้ยินวาจาดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน ลูกตาตู๋กูเหวินก็หดแคบลง ใบหน้าของมันยังแลเย็นชาปานมีชั้นน้ำแข็งเคลือบ!
“หาที่ตาย!!”
ตู๋กูเหวินตะคอกคำเสียงเย็น จากนั้นหอกในมือก็ถูกจ้วงแทงออกมาฉับไว อุบัติไอพลังสีเขียวทะลักล้นออกมาจากตัวหอก ก่อนจะควบรวมเป็นลำแสงพลังสีมรกต!
ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม!
…
ลำแสงหอกที่พุ่งยิงทะลวงฟ้ามาฉับไวนั้น ประหนึ่งสายน้ำจับตัวเป็นน้ำแข็งก็ไม่ปาน เพราะในเสี้ยวพริบตาจากลำแสงสีมรกตไร้สภาพ ก็คล้ายกลับกลายเป็นหอกไม้ไผ่สีเขียวมีสภาพกำลังยืดยาวออกมา!
หลังแปลงสภาพจากลำแสงไร้สภาพเป็นหอกไผ่เขียวมีสภาพแล้ว ยิ่งมาความเร็วในการทะลวงแหวกฟ้าก็ยิ่งสูงล้ำ! ปลายหอกก็เปล่งกลิ่นอายแหลมคมเยียบเย็นนัก ราวกับจะทะลวงเจาะได้ทุกสรรพสิ่ง!!
“หึ!”