“นอกจากนั้น ด้านในยังมีด่านทดสอบย่อยซึ่งถือเป็นสถานที่บ่มเพาะชั้นดี…บางทีหากติดจุดรอคอยอันใด การเข้าไปในนั้นก็สามารถช่วยให้ทะลวงผ่านได้”
ฉือหล่างกล่าวเล่าเสียงเรียบ
หลังฟังคำพูดฉือหล่างไปเพลินๆ ต้วนหลิงเทียนและทุกคนก็มาถึงประตูวิหารเฟิงฮ่าวแล้ว
ประตูของวิหารเฟิงฮ่าวเป็นประตูขนาดมหึมา 2 บาน มองเข้าไปก็พบเจอแต่ความมืดไร้สิ้นสุด
และเบื้องหน้าประตูทั้ง 2 บาน ยังมีแท่นศิลาขนาดมหึมาแท่นหนึ่งตั้งอยู่
และประตูทั้ง 2 บานที่ว่า บานหนึ่งมีผู้คนเข้าออกหนาตา ส่วนอีกบานนั้นมีคนผ่านเข้าออกบางตา ยังมีบางคนที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูคล้ายลังเลไม่กล้าเข้า
“ประตูบานนั้น มีไว้สำหรับจักรพรรดิอมตะที่จะมารับสมญานาม”
ฉือหล่างมองไปยังประตูที่มีผู้คนบางตา พลางกล่าวอธิบายให้ต้วนหลิงเทียนฟัง “ตอนที่ข้ามาทดสอบรับสมญานาม เพื่อเป็นจักรพรรดิอมตะสมญานามก็ต้องผ่านประตูบานนั้นเช่นกัน”
“เจ้าสังเกตเห็นแท่นศิลาขนาดใหญ่หน้าประตูทั้ง 2 หรือไม่ มันมีรายชื่อจอมราชันอมตะสมญานาม กับจักรพรรดิอมตะสมญญานามทั้งหมดในระนาบเทวโลกที่ผ่านการทดสอบจากวิหารเฟิงฮ่าวบันทึกไว้”
“แท่นศิลาที่บันทึกรายชื่อจอมราชันอมตะสมญานามเอาไว้ ไม่มีอาคมจำกัดอันใด ทำให้เจ้าสามารถใช้อมตะเก็บความทรงจำเพื่อบันทึกรายชื่อดังกล่าวไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นดูได้”