“อย่างไรก็ตาม แท่นศิลาที่บันทึกรายชื่อจักรพรรดิอมตะสมญานามเอาไว้ มีอาคมลี้ลับบางอย่างทำให้เจ้ามิอาจบันทึกข้อมูลออกไปได้ หากผู้ใดอยากดูรายชื่อจักรพรรดิอมตะสมญานาม ก็มีแต่ต้องมาเยือนวิหารเฟิงฮ่าวด้วยตัวเอง”
“ประตูด้านซ้ายนั่นเป็นของจอมราชันอมตะ”
“เจ้าเองก็ต้องผ่านเข้าไปในประตูนั้น”
“ประตูบานซ้าย มีไว้สำหรับจอมราชันอมตะที่ต้องการสมญานามเท่านั้น…หากไม่ใช่จอมราชันอมตะหรือมีด่านพลังเหนือกว่า ไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปได้เด็ดขาด…หากเผลอเข้าไปก็มีแต่ต้องอยู่ในนั้นตลอดกาล”
“ข้าไม่รู้ว่าในระนาบเทวโลกอื่นๆเป็นแบบนี้หรือไม่ แต่สำหรับวิหารเฟิงฮ่าวที่อู๋หยาเทียนแห่งนี้ เคยมีจักรพรรดิอมตะคิดสัปดนหมายเข้าไปในประตูของจอมราชันอมตะมาแล้วหลายต่อหลายคน…แต่ทั้งหมดพบพานชะตาดุจเดียวกัน มิอาจหวนกลับออกมาตลอดกาล”
ฉือหล่างกล่าวถึงท้ายประโยคสีหน้าก็แลดูจริงจังไม่น้อย “ข้าเองก็ทำได้แค่มาส่งพวกเจ้าถึงหน้าประตูเท่านั้น”
“ต่อไปพวกเจ้าต้องเข้าไปกันเอง แล้วผ่านการทดสอบรับสมญานามของจอมราชันอมตะเสีย”
ฉือหล่างกล่าวอธิบายจบ ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นก็ม่ายืนอยู่เบื้องหน้าประตูบานเขื่อแล้ว
ด้านเจิ้งอวี้อี้ก็อธิบายให้หนานหลิวเฟิงฟังจบแล้วเช่นกัน และหนานหลิวเฟิงก็ก้าวอาดๆนำเข้าประตูไปอย่างห้าวหาญ เรียกว่าพลังฝีมืออาจไม่เท่าไหร่ แต่ใจมันได้จริงๆ!
“พวกเจ้าก็ไปเถอะ”
ฉือหล่างกล่าวกับพวกต้วนหลิงเทียน