เจิ้งอวี้อีกล่าวคาดเดาออกมา
“2 ประการ?”
ได้ยินวาจาคาดเดาของเจิ้งอวี้อี้ ฉือหล่างก็ผงะไปเล็กน้อย จากนั้นก็ส่ายหัวไปมา “เจ้ารอดูเอาเองแล้วกัน”
ตัดกลับมาบนฟ้า ด้านหนานหลิวเฟิงที่มองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าถมึงทึง ก็กล่าวออกมาเสียงเข้มว่า “เจ้าหนู ข้าอยากชมดูนักว่าอาศัยเด็กน้อยอายุไม่ถึง 300 ปีเช่นเจ้า มันจะแน่สักแค่ไหน!”
“หากเจ้ายังไม่อาจเอาชนะข้าได้ เจ้าก็อย่าได้เข้าไปทดสอบในวิหารเฟิงฮ่าวให้อับอายเสียประเสริฐกว่า เพราะหากโชคร้ายเจ้าอาจจะต้องทิ้งชีวิตไว้ในนั้น!!”
หนานหลิวเฟิงกล่าว
“ลงมือเถอะ”
ต้วนหลิงเทียนมองกล่าวกับหนานหลิวเฟิงเสียงเบา
แต่ต้นจนจบสีหน้าท่าทางต้วนหลิงเทียนแลดูสบายๆให้สภาวะเอื่อยเฉื่อยราวเมฆเคลื่อนคล้อย สิ่งนี้ทำให้หนานหลิวเฟิงรู้สึกว่าต้วนหลิงเทียนไม่เห็นตัวมันอยู่ในสายตา พาลให้มีโมโหขึ้นมาเป็นฟืนไฟ!
“ฮึ!”
พ่นลมสบถเย็นๆออกมาคำหนึ่ง หนานหลิวเฟิงก็ลงมือทันที เส้นสายอัสนีที่แลบลั่นแปลบปลาบรอบกายมัน ดั่งอสรพิษสีม่วงฉีดเลือดไก่ พร้อมใจกันพุ่งทะยานจี้เข้าใส่ต้วนหลิงงเทียนอย่างดุร้าย!
ถึงแม้มันจะไม่ได้เห็นชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้าเป็นศัตรูอะไร แต่หนานหลิวเฟิงก็ยังลงมือจริงจัง! เรียกว่านอกจากชักอาวุธแล้ว มันก็ไม่ได้ยั้งงมือแม้แต่น้อย!!
มันคิดเอาชนะ กระทั่งจะสำแดงพลังอันเหนือชั้น!
“เจ้ามีแรงแค่นี้หรือ?”