“เจ้าหมายถึงต้วนหลิงเทียนน่ะรึ? พอดีเจ้า 7 มาทดสอบเพื่อเข้าร่วมวังเทียนฉือของข้าน่ะ และข้าก็รีบไปชักชวนมาตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่เจ้า 7 จะกลายเป็นคนของวังเทียนฉือซะอีก…หลังจากนั้นก็อย่างที่เจ้าเห็น”
ฉือหล่างกล่าว
ตอนนี้เจิ้งอวี้อี้มีโมโหจนแทบกระอักเลือด!
หากฉือหล่างบอกว่าต้องใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าจะได้ตัวต้วนหลิงเทียนมา มันยังพอทำใจได้
แต่ตอนนี้ฉือหล่างพูดราวกับต้วนหลิงเทียนพาตัวเองมาส่งถึงงหน้าประตู!
ไฉนมันถึงไม่มีโชคเช่นนี้บ้างเล่า?
“ไปเถอะ เข้าไปในวิหารเฟิงฮ่าวกัน”
ฉือหล่างหันไปชวนพวกต้วนหลิงเทียน จากนั้นก็เหินร่างนำทุกคนไปยังวิหารเฟิงฮ่าว
เห็นฉากดังกล่าวเจิ้งอวี้อี้ ก็รีบพาหนานหลิวเฟิงศิษย์ของมันตามไปติดๆ
“ครู ปกติวิหารเฟิงฮ่าวมีผู้คนมาทดสอบรับสมญานามตลอดเวลาเลยหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามฉือหล่าง
“มิผิด”
ฉือหล่างพยักหน้า “วิหารเฟิงฮ่าวนั้นไม่เคยขาดผู้คนแวะเวียนเข้ามา และมีจอมราชันอมตะมากมายที่อยากได้สมญานามมาตลอดเวลา ทำให้พอมาถึงก็ไม่ต้องรออะไร เข้าไปทดสอบได้ทันที…หากเป็นจักรพรรดิอมตะก็ต้องรอสักครู่ เพื่อให้คนครบ”
“นี่เพราะจักรพรรดิอมตะที่แข็งแกร่งพอจะรับสมญานามนั้น ไม่ได้มีมากมายอะไร”
“สำหรับจอมราชันอมตะ มีนับไม่ถ้วน”