กระทั่งแวบแรกที่เขาแลเห็นตัววิหาร จิตใจทั้งจิตวิญญาณเขาคล้ายสั่นสะท้านไปเบาๆ ราวกับได้ผ่านการชำระจากพลังอันศักดิ์สิทธิ์!
“ข่าวลือไม่ใช่เรื่องเหลวไหลจริงๆ…วิหารเฟิงฮ่าวช่างมีแรงกดดันวิญญาณอันน่ากลัวนัก!”
หูเหมยที่มองดูวิหารเฟิงฮ่าไกลๆ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงชื่นชม “เมื่อครู่ตอนมองมันครั้งแรก ข้ารู้สึกเสมือนจิตใจและจิตวิญญาณของข้าได้รับการชำระขัดเกลา ไม่ธรรมดาจริงๆ”
“ข้าด้วย”
เวิ่นหว่านเอ๋อเห็นด้วยอีกคน
ได้ยินคำพูดของหูเหมยกับเวิ่นหว่านเอ๋อ ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ว่าเมื่อครู่ไม่ใช่เขาคิดไปเองคนเดียว แต่คนอื่นๆก็เป็นเหมือนกัน
“นั่นเป็นเรื่องธรรมดา”
ตอนนี้เองฉือหล่างก็พูดขึ้นมาว่า “วิหารเฟิงฮ่าวดำรงอยู่มาช้านาน จนยากจะมีผู้ใดสามารถย้อนรอยประวัติศาสตร์ของมันได้ด้วยซ้ำ เพราะมันอยู่มาเนิ่นนานเกินไป”
“ทุกคนรู้แค่ว่า ตั้งแต่มีระนาบเทวโลก วิหารเฟิงฮ่าวก็ดำรงอยู่แต่แรก”
“และผู้คนเชื่อกันว่า…วิหารเฟิงฮ่าวนั้น ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุคแรกด้วยฝีมือของตัวตนอันทรงพลังเหนือจินตนาการ และสืบทอดมรดกต่อๆกันมาถึงวันนี้…ทำให้แม้แต่ขุมกำลังของจักรพรรดิสวรรค์ก็ยังต้องเคารพ”
ฉือหล่างกล่าว
ต้วนหลิงเทียนรู้ในสิ่งที่ฉือหล่างพูดอยู่แล้ว จึงไม่ได้แปลกใจอะไร