จากนั้นพอหันมองไปรอบๆ ต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นร่างผู้คนมากมายที่เหินมาจากทิศทางต่างๆ ดูเหมือนจุดหมายปลายทางทุกคนก็เหมือนกับกลุ่มของพวกเขา…วิหารเฟิงฮ่าว!
“ฉือหล่าง!!”
ทันใดนั้นเองอยู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังสนั่นลั่นฟ้ามาแต่ไกล
จากนั้นต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นเงาร่างคนเหินทะยานมาแต่ไกล และพริบตาเดียวเงาร่างดังกล่าวก็บรรลุถึงตรงหน้าพวกเขาแล้ว
เงาร่างที่ว่า ยังไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่มีกันถึง 2!
เป็ชายชราที่มีรูปร่างงบึกบึนในขุดคลุมสีฟ้าหลวมๆแลดูเถื่อนๆ กับชายหนุ่มร่างผอมในชุดแพรไหมปักลายอย่างดี มีเสื้อคลุมขนสัตว์คลุมทับ ในมือถือไว้ด้วยพัดขนนก นับว่าเป็น 2 คนที่แลดูต่างกันสุดขั้ว
ที่ตะโกนลั่นฟ้าเมื่อครู่ ฟังจากเสียงก็คงเป็นชายชราร่างกายล่ำสัน กระฉับกระเฉงไม่คล้ายคนแก่ผู้นี้
“เจิ้งอวี้อี้!”
เห็นชายชรากล้ามใหญ่มาดเถื่อน ฉือหล่างก็ยักคิ้วข้างหนึ่งกล่าวทักออกไปทันที จากนั้นก็หันไปมองชายหนุ่มชุดหรูข้างๆชายชรา “หรือว่านี่ก็คือศิษย์ที่เจ้าพึ่งรับมาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน?”
“ฮ่าๆๆ! ใช่แล้ว!”
ชายชราหัวเราะอย่างสนุกสนาน ค่อยพยักหน้าขานรับ “และวันนี้ข้าก็พาศิษย์ไม่เอาไหนนี่ มาลองทดสอบรับตำแหน่งจอมราชันอมตะสมญานามดู”
“ถึงศิษย์ไม่เอาไหนข้าคนนี้จะยังมีอายุไม่ถึง 400 ปี แต่ข้าว่าแค่จะผ่านการทดสอบและกลายเป็นจอมราชันอมตะสมญานามก็ไม่น่าจะยากเย็นอะไร”