ต้วนหลิงเทียนวูบร่างมาเผชิญหน้ากับฝานฉีแบบนี้ แม้จะไม่ได้พูดอะไรเป็นการเห็นด้วยกับการประลองออกมาให้อาวุโสตำหนักลองกระบี่ได้ยิน แต่การกระทำของเขาก็เสมือนตอบคำถามก่อนหน้าของอาวุโสตำหนักลองกระบี่
เขา ต้วนหลิงเทียน ยอมรับการต่อสู้!
“ข้าคิดว่าเจ้าจะกลัวจนไม่กล้าสู้เสียอีก”
ฝานฉีผู้มีร่างผอมและใบหน้าเย็นชา พอเห็นต้วนหลิงเทียนวูบร่างมาปรากฏตัวเบื้องหน้าแบบนี้ มันก็ฉีกยิ้มกว้างเผยรอยยิ้มที่แลดูน่าเกลียดกว่าร้องไห้ออกมา
“ข้าไม่ใช่หานอวิ๋นจิ่นสักหน่อย ไฉนต้องหลบลี้การต่อสู้ด้วย?”
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้มไม่แยแส
มาตอนนี้เขาก็ได้ยินเรื่องราวจากหงเฟยไม่น้อย รวมถึงเรื่องที่อีกฝ่ายเล่าว่าศิษย์พี่รองได้ไปบีบคั้รหานอวิ๋นจิ่นให้ยอมรับการสู้เป็นตายเมื่อหลายปีก่อนด้วย
แน่นอนว่าไม่ใช่ไปท้าแค่ครั้งเดียว
แต่ทุกครั้ง หานอวิ๋นจิ่นที่แม้จะโดนกระทืบก็ได้แต่ยืนกรานปฏิเสธ…
“อันที่จริงข้ายังแปลกใจอยู่บ้าง ที่เจ้ากล้าท้าประลองเป็นตายกับข้าแบบนี้…ข้ายังหลงคิดว่าพวกเจ้าล้วนแล้วแต่เป็นตัวขลาดเขลาเยี่ยงหานอวิ๋นจิ่นศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้าเสียอีก”
กล่าวถึงจุดนี้มุมปากต้วนหลิงเทียนก็คลี่ยิ้มกว้างองอกมา มาล้นไปด้วยการเสียดสีหมิ่นหยาม
“สารเลวน้อย…เจ้ามันวอนตาย!”