หูเหมกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส ท่าทีการง้อของนางยังแลดูออดอ้อนทำราวกับเด็กน้อย ทำให้หงเฟยอดชมดูจนตาลอยไม่ได้
“ศิษย์พี่หญิง 3 ท่านกับศิษย์พี่หญิง 4 จะไปสังเวียนอัจฉริยะด้วยเหรอ?”
เมื่อเห็นหูเหมยกับเวิ่นหว่านเอ๋อปรากฏตัวที่นี่ ต้วนหลิงเทียนไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพวกนางจะไปดูการประลอง
“ใช่”
หูเหมยพยักหน้า “เดือนก่อนตอนเจ้าฆ่าหลิวเจี้ยน ข้าล่ะเสียดายยิ่งที่ไม่ได้ไปชมดู”
“วันนี้ศิษย์น้องเล็กเจ้าท้าชิงอันดับ 1 ในรุ่นทั้งที ข้าจะพลาดได้อย่างไรเล่า?”
หูเหมยกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ
“ศิษย์น้องเล็กข้าเองก็ได้ยินเจ้า 6 กล่าวชมเจ้าอย่างนู้นอย่างนี้ ก็เลยอยากเห็นขึ้นมาว่าเจ้าร้ายกาจขนาดไหน”
เวิ่นหว่านเอ๋อก็ยิ้มตอบเช่นกัน
“ถ้างั้นพวกเราไปกันเลยเถอะ”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมาพลางยิ้มแห้งๆ จากนั้นร่างคนทั้ง 5 ก็เหินออกจากเขตที่อยู่อาศัยของฉือหล่าง และมุ่งหน้าไปยังสังเวียนอัจฉริยะ
ระหว่างเดินทาง ยังได้เห็นผู้คนมากมายกำลังเหินร่างไปสังเวียนอัจฉริยะเช่นกัน
สังเวียนอัจฉริยะนั้น อยู่ห่างจากวังเทียนฉือไม่ไกล ต้วนหลิงเทียนกับพวกเดินทางไม่นานก็มาถึงแล้ว
และตอนนี้มองไปก็พบเห็นผู้คนเนืองแน่นหนาตา เหินร่างห้อมล้อมสังเวียนอัจฉริยะเอาไว้นับไม่ถ้วน มองไกลๆประหนึ่งเมฆทะมึนคลุมฟ้า
เหนือเกาะลอยที่อยู่กึ่งกลางสังเวียนอัจฉริยะทั้ง 3 ก็ปรากฏร่างผู้อาวุโสตำหนักลองกระบี่แซ่ฉินคนเดิม ที่รอคอยอยู่