“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าในบรรดาจักรพรรดิอมตะสมญานามของวังเทียนฉือเรา จะมีคนเช่นนี้อยู่ด้วย…นี่มันจะไม่หน้าด้านทั้งไร้ยางอายเกินไปหน่อยหรือไร?”
“เหอะๆ ในเมื่อมันหน้าด้านทั้งไร้ยางอายเช่นนี้ จักรพรรดิอมตะทุ่งขจีกับจักรพรรดิอมตะไร้ใจจะร่วมมือกันทุบตีสั่งสอนมันก็ไม่นับว่าแปลก! หากไม่ทำตัวไม่เห็นหัวผู้อื่นเขาก่อน ไหนเลยผู้อื่นจะร่วมมือกันทุบตี?”
“น่าขายหน้านัก! ข้าฟังแล้วยังรู้สึกขายขี้หน้าแทน! หากเรื่องในวันนี้แพร่ไปด้านนอก วังเทียนฉือเราไม่ขายขี้หน้าผู้คนทั้งอู๋หยาเทียนแล้วหรือไร?”
“ธรรมดา ถึงตอนนั้นไม่พ้นผู้คนในขุมกำลังระดับสวรรค์อื่นๆ คงต้องเอาไปพูดกันสนุกปาก ว่าจักรพรรดิอมตะสมญานามของวังเทียนฉือเรา เป็นพวกไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ให้ท้ายคนผิดคิดร้ายคนถูก!”
…
ถึงแม้เสียงซุบซิบคุยกันของเหล่าศิษย์วังเทียนฉือจะไม่ได้ดังอะไรมากมาย แต่จะรอดพ้นโสตประสาทรับฟังของกู้ฉางเจียงไปได้อย่างไร?
จังหวะนี้สีหน้ากู้ฉางเจียงจึงเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวอัปลักษณ์นัก!
ถึงขั้นมีโมโหจนแทบกระอักเลือด!
“ฉือหล่าง เหลยอิง ข้ากู้ฉางเจียงจักจำเรื่องในวันนี้ไว้ไม่มีลืม!!”
หลังมองจ้องฉือหล่างกับเหลยอิงตาขวางกล่าวทิ้งท้ายรอบหนึ่ง กู้ฉางเจียงก็จากไปทันที คนทั้งคนหายไปในอากาศธาตุ
แน่นอนว่าไม่ได้หายไปในอากาศธาตุจริงๆ ก็แค่ความเร็วที่มันใช้สูงเกินกว่าที่เหล่าศิษย์ทั้งหลายจะมองตามได้ทัน