เผชิญกับการจี้ถามพร้อมแผ่แรงกดดันพลังของงกู้ฉางเจียง ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบกลับไปเสียงดังฟังชัด สีหน้าท่าทียังไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรกับแรงกดดันพลังของกู้ฉางเจียงเลย
และอันที่จริง เขาก็ไม่ได้กริ่งเกรงแรงกดดันพลังของกู้ฉางเจียงแม้แต่นิดเดียว
ต่อให้จะเป็นแรงกดดันพลังของจักรพรรดิอมตะสมญานามแล้วอย่างไร? ร่างกายเขาเคยเป็นสะพานเชื่อมในการถ่ายเทพลังวิญญาณฟ้าดินของซากระนาบเทพลงสู่โลกใบเล็ก จนร่างกายสามารถปรับตัวเข้ากับพลังมหาศาลดังกล่าวได้แล้ว อาศัยแค่แรงกดดันพลังกระจ้อยร่อยของจักรพรรดิมอมตะสมญานามคนหนึ่ง ยังจะส่งผลอะไรกับเขาได้อีก?
“ใต้เท้ากู้ฉางเจียง”
ขณะเดียวกัน ด้านอาวุโสตำหนักลองกระบี่ ก็ก้าวออกมาเบื้องหน้าประสานมือกล่าวกับกู้ฉางเจียงอย่างสุภาพ “การประลองระหว่างหลิวเจี้ยนกับต้วนหลิงเทียนนั้นเป็นการประลองเป็นตาย และตัวข้าก็ทำหน้าที่กำกับดูแล หากใต้เท้ามีข้อสงสัยตรงที่ใดเชิญถามข้าน้อยเถอะ”
“ข้าพูดกับเจ้างั้นหรือ?”
กู้ฉางเจียงเหลือบมองอาวุโสตำหนักลองกระบี่ผ่านๆ จากนั้นมือหนึ่งพลันโบกปัดออกไปเบาๆ บังเกิดเป็นพลังไร้สภาพสุดไพศาลขุมหนึ่ง ประหนึ่งม้าศึกห้อตะบึงมาแต่ไกลโดดย่ำลงกลางอกอาวุโสตำหนักลองกระบี่ชรา จนคนกระเด็นปลิวออกไปดั่งว่าวสายป่านขาด!
“อ๊อคค–!!”