ตอนนี้เองด้านอาวุโสตำหนักลองกระบี่ก็หันไปมองหลิวเจี้ยนพลางกล่าวตอบคำถามต้วนหลิงเทียนออกมา “หากผู้ถูกท้าเห็นด้วย เจ้าก็สามารถข้ามขั้นตอนการลงทะเบียนท้าประลองไปได้เลย”
“ข้าอาวุโสฉิน ข้าเห็นด้วย”
หลิวเจี้ยนที่กลัวต้วนหลิงเทียนจะสำนึกเสียใจและคิดล้มเลิกอะไรขึ้นมา พอได้ยินคำพูดของอาวุโสตำหนักลองกระบี่ มันจึงรีบกล่าวแสดงจุดยืนออกไปเร็วไว
“ต้วนหลิงเทียน ตอนนี้ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว ว่าจะกล้าท้าทายข้าจริงๆรึเปล่า…”
หลังแสดงท่าทีแล้ว หลิวเจี้ยนก็หันไปมองต้วนหลิงเทียน พลางฉีกยิ้มกว้าง สีหน้าแววตาเรียกว่าอัดแน่นไปด้วยความดูถูกดูแคลน เสียงกล่าวยังประชดแดกดันเป็นที่สุด หมายยั่วยุอารมณ์ต้วนหลิงเทียนให้เดือด!
“ผู้อาวุโส ข้าขอท้าทายมัน”
ต้วนหลิงเทียนมองอาววุโสตำหนักลองกระบี่ด้วยสายตาสงบ พลางกล่าวออกไปตรงๆ
“ต้วนหลิงเทียน เจ้าคิดทบทวนดูให้ดี…เมื่อเจ้าเอ่ยคำท้าออกมาแล้ว และมันส่งมอบป้ายประจำตัวศิษย์อัจฉริยะให้ข้า เจ้าก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจได้แล้ว”
อาวุโสตำหนักลองกระบี่มองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าท่าทางจริงจัง
หากเป็นคนอื่น มันคงไม่คิดจะตักเตือนเกลี้ยกล่อมอะไร แต่ต้วนหลิงเทียนไม่ใช่ศิษย์ธรรมดา แต่เป็นคนสนิทฮ่วนเอ๋อที่เป็นศิษย์ของเหลยอิงจ้าวตำหนักลองกระบี่! มันไม่อาจไม่เกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย!!
“ข้าคิดดีแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า